SF-WIN

[SF] Don't Go (Bobby x B.I)

posted on 04 Nov 2013 01:38 by tictoc13 in SF-WIN

Title: Don't Go

Pairing : Bobby x B.I

Author : tictoc13

Rating : PG-13

Author note : ดราม่า...  #เหรอ

 

 

 

 

 

 

 

               

"ถ้าวันหนึ่งตื่นขึ้นมาแล้วไม่เห็นหน้าเหมือนเมื่อก่อน... จะคิดถึงกันไหม?"

 

ประโยคนี้วนเวียนอยู่ในสมองของคิมฮันบิน

 

...ตอนที่เขาวิ่งเป็นไอ้งี่เง่าอยู่ในสนามบินอินชอน

 

 

 

 

 

 

 

 

เกลียดไอ้สนามบินบ้านี่ตรงที่มันกว้าง

 

เกลียดไอ้สนามบินบ้านี่ตรงที่มันใช้เวลาเดินทางจากโซลตั้งชั่วโมงกว่าๆ

 

เกลียดไอ้สนามบินบ้านี่ตรงที่จะเดินทางมาต้องพึ่งบริการขนส่งสาธารณะเพราะขับรถไม่เป็น

 

เกลียดไอ้สนามบินบ้านี่ตรงที่คนเยอะมองแล้วยั้วเยี้ยอย่างกับมด

 

เกลียดไอ้สนามบินบ้านี่ตรงที่มีคนบ้าๆกำลังจะไปจากเขา

 

 

ไอ้คนบ้านั่น... คนที่เขาเกลียดยิ่งกว่าสนามบินอินชอน

 

 

 

คิมจีวอน

 

 

 

 

จะชื่อคิมจีวอนหรือบ๊อบบี้หรือบาบิหรือบ้าบออะไรก็แล้วแต่เถอะ

 

หมอนั่นกำลังจะหนีเขาไป

 

 

 

 

 

 

ไม่ใช่ความผิดของฮันบินเลยสักนิดที่ทะเลาะกับอีกฝ่าย

 

เขาแค่กำลังตั้งใจฝึกซ้อม พี่จีวอนก็เอาแต่กวนเขาอยู่ได้

 

รู้ว่าไม่อยากให้เครียด แต่การฝึกซ้อมคือทางเดียวที่เขาจะคลายความเครียดได้

 

สีหน้ายิ้มแย้มนั้นเจื่อนลงไปเลยตอนที่โดนเขาตวาด

 

พี่จินฮวานเข้ามาห้าม จุนฮเวลากเขาไปอีกห้องหนึ่ง

 

เขาถูกโยนใส่พี่ๆทีมเอพร้อมกับคำบอกว่าฝากลีดเลอร์ทีมบีแป๊บนึงนะ

 

เขานั่งฟังพี่ซึงยูนเทศนาอยู่ประมาณสองกัณฑ์ถึงลุกเดินกลับมาห้องซ้อมตัวเอง

 

แต่ก็ไม่วายโดนพี่มินโฮกระชากแขน ตาดุๆนั้นจ้องมองเขาราวกับจะคาดโทษ

 

 

เมื่อเปิดประตูกลับเข้าไปในห้องซ้อมอีกครั้ง

 

พี่จีวอนก็ไม่สบตาเขาอีกเลย

 

ไม่มีเสียงเย้าแหย่ ไม่มีเสียงหัวเราะ ไม่มีเสียงพูดคุย

 

ไม่มีอะไรเลย การซ้อมทุกอย่างเป็นปกติจนกระทั่งถึงเวลาเดินกลับหอ

 

ผู้ชายบ้ากล้ามคนนั้นไม่กลับหอพร้อมพวกเขา แถมลากดงฮยอกไปยิมด้วย

 

เขาเดินลากเท้าเอื่อยๆอยู่ข้างพี่จินฮวาน

 

พี่ชายใจดีมองเขาด้วยสายตาตำหนิ และเริ่มเทศนาจนเขาต้องสวมหูฟัง

 

พี่จีวอนไม่คิดมากหรอก เขารู้ดี

 

 

 

 

แต่ก็อดเป็นห่วงไม่ได้ จนต้องลากหมอนกับผ้าห่มออกมารอที่ห้องนั่งเล่น

 

ทั้งที่บอกว่าจะไปยิมแต่ตอนเปิดประตูเข้ามากลับได้กลิ่นเบียร์เหม็นหึ่ง

 

ไม่เคยเชื่อฟังกันเลย ไม่เคยเลย

 

ไม่เคยเชื่อฟังข้อห้ามของเขาเลยสักครั้ง

 

ยังไม่ได้เดบิวต์เป็นศิลปินเลยนะ ทำไมทำตามใจตัวเองแบบนี้

 

ดงฮยอกวิ่งมาตะครุบปากตอนที่เขาเริ่มโวยวายใส่

 

พี่จินฮวานดึงแขนเขาเอาไว้ จุนฮเวกับยุนฮยองวิ่งไปจับแขนพี่จีวอน

 

สาบานได้ว่าเขาไม่ได้ตั้งใจที่จะพูดว่า 'ถ้าทนเป็นเด็กฝึกไม่ได้ก็กลับบ้านไปซะ'

 

เสียงทุ้มต่ำนั้นแหบแห้งกว่าที่เคยตอนถามเขากลับคืน

 

'ถ้าวันหนึ่งตื่นขึ้นมาแล้วไม่เห็นหน้าเหมือนเมื่อก่อน... จะคิดถึงกันไหม?'

 

เขาจำได้ว่ารอบข้างเงียบสนิท... ตัวเขาเองก็ด้วย

 

พี่จีวอนสะบัดมือจุนฮเวกับยุนฮยองออก แล้วเดินหนีเข้าห้องนอน

 

ทุกคนต่างแยกย้าย เหลือเขานั่งกุมขมับอยู่คนเดียวในห้องนั่งเล่น

 

ช่างเถอะ

 

ตื่นมาตอนเช้าพี่จีวอนก็ลืมทั้งหมดและทำตัวเป็นปกติเหมือนเดิมอยู่ดี

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

วันนี้เขาตื่นสาย เดินออกมาจากห้องก็เจอเมมเบอร์นั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นพร้อมหน้า

 

ขาดไปหนึ่งคน... คงอยู่ในห้องน้ำ

 

ยังเมาขี้ตาอยู่เลยตอนที่เดินไปหยิบนมกล่องออกมาจากตู้เย็นแล้วทำมันหล่นระหว่างทางเดินกลับมาห้องนั่งเล่น

 

หยิบกล่องนมที่บุบไปเสี้ยวหนึ่งมาแกะยกขึ้นจรดริมฝีปาก

 

ก่อนจะเอาลงเมื่อได้ยินจุนฮเวพูดโพล่งขึ้นมา

 

'ไฟลท์ไปอเมริกาของพี่จีวอนออกตอนสิบเอ็ดโมงนะ ไปตอนนี้ก็ยังทัน'

 

ตอนแรกเขาคิดว่าไอ้มักเน่มันอำเล่น

 

แต่แล้วก็ต้องเปลี่ยนความคิดเมื่อพี่จินฮวานเขวี้ยงกระเป๋าเงินและโทรศัพท์ใส่

 

พี่จีวอนไม่ได้อยู่ในห้องน้ำ ห้องครัว ในตู้เย็น ใต้โต๊ะ หรือที่ไหน

 

ไม่ได้อยู่ในหอ เสื้อผ้าบางส่วนก็หายไป ตุ๊กตาที่นอนกอดทุกคืนก็หายไปด้วย

 

'ถ้าวันหนึ่งตื่นขึ้นมาแล้วไม่เห็นหน้าเหมือนเมื่อก่อน.... จะคิดถึงกันไหม?'

 

ใครจะไปคิดกันล่ะ ไอ้ผู้ชายงี่เง่า

 

 

 

 

จะริบเงินค่าขนมเดือนนี้กับเดือนหน้ามาเลี้ยงเขาเสียให้หมดตัว

 

 

 

รู้ไหมว่าค่าแท็กซี่ไปสนามบินมันแพง!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อยากจะลาออกจากการเป็นเด็กฝึกแล้วไปแข่งวิ่งมาราธอนให้รู้แล้วรู้รอด

 

เคาเตอร์เช็คอินเปิดแล้ว เหลือเวลาอีกสองชั่วโมงเครื่องถึงจะออก

 

อยากวางใจแต่ก็วางไม่ได้ บอกแล้วว่าไอ้สนามบินบ้านี่มันกว้าง

 

กว้างถึงขนาดที่เกตขึ้นเครื่องอยู่อีกอาคารหนึ่ง ต้องผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองแล้วนั่งรถไฟใต้ดินต่อ

 

ใช้เวลาเดินทางราวๆสามสิบนาที คงไม่มีไอ้งี่เง่าที่ไหนกลัวตกเครื่องเลยเดินเข้าด่านไปแล้วหรอกนะ

 

ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดประสาท พยายามสอดสายตามองหาผู้ชายหน้าตาโง่ๆตัวล่ำๆใส่เสื้อผ้าสีสันฉูดฉาด

 

มั่นใจว่าไม่ผิดสายการบินแน่ มีแค่สายการบินเดียวที่เครื่องออกสิบเอ็ดโมง

 

โกรธจนบอกตัวเองว่าจะกระโดดถีบถ้าเจอหน้า โกรธมาก

 

ว่าแค่นี้ถึงกับจองตั๋วเครื่องบินกลับอเมริกาเลยเหรอ ใจปลาซิวขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไรกัน

 

ท่านประธานจะว่ายังไงที่จู่ๆเด็กฝึกคนหนึ่งก็ขาดซ้อมบินกลับอเมริกาโดยไม่บอกล่วงหน้า

 

แล้วทีมล่ะ... ทีมบีจะเหลือแค่ห้าคนเหรอ

 

งี่เง่า คิมจีวอนงี่เง่าที่สุด

 

 

 

 

 

เขาวิ่งวนอยู่บนชั้นสามนี่มาสิบห้านาทีแล้วนะ

 

เหนื่อย!

 

 

 

 

 

ยืนพักหอบหายใจอยู่หน้าร้านกาแฟ กำลังคิดว่าจะไปซื้อน้ำเย็นๆดีหรือเปล่า

 

ทว่าพอหันไปมองร้านกาแฟแล้วก็ต้องสตั๊นเมื่อเจอผู้ชายโง่ๆคนหนึ่งยืนถือกาแฟเย็นไว้ในมือ

 

บอกตัวเองว่ากลัวกาแฟหกหรอกนะเลยไม่กระโดดถีบอย่างที่ตั้งใจไว้

 

เขาไม่ได้อยากทำแบบนี้หรอก แค่เสียดายกาแฟก็เท่านั้น

 

แทบทรุดลงไปกับพื้นแล้วตอนที่ตวัดแขนกอดคออีกฝ่ายแล้วทิ้งน้ำหนักตัวทั้งหมดโถมใส่

 

โง่ตลอดเวลาเหมือนเคย โง่จนยืนเฉยๆให้เขาวิ่งเข้ามากอด

 

ถ้าถือมีดอยู่ก็เสียบพุงตายไปแล้ว ไอ้พี่โง่

 

 

 

"ฮันบินนี่..."

 

เสียงทุ้มๆนี่ก็โง่เหมือนกัน นึกว่าจะไม่ได้ยินอีกแล้วเสียอีก

 

 

 

เพราะไม่อยากตกเป็นเป้าสายตาเลยลากอีกฝ่ายมายืนตรงอื่น

 

ไม่อยากให้ใครรู้ว่าเป็นบีไอคนดังหรอกนะเลยเอาหน้าซุกอกอีกฝ่ายไว้น่ะ

 

กลิ่นน้ำหอมที่คุ้นเคยนั่น...ไม่ได้ตั้งใจจำมันได้เลยสักนิด..

 

แล้วก็ยังโง่ยื่นบื้อเป็นตุ๊กตาหินถือแก้วกาแฟอยู่ได้

 

โง่เอ๊ย

 

 

 

"ฮันบินนี่..."

 

 

 

"ไม่ให้ไป"

 

"หือ?"

 

"ไม่ให้ไปอเมริกาเข้าใจไหม ไม่ให้ไป ไม่ให้กลับ"

 

"แต่เมื่อคืน.."

 

"เมื่อคืนก็ส่วนเมื่อคืนสิ ตอนนี้ไม่ให้กลับ ไม่ให้กลับแล้ว"

 

แค่คิดว่าอีกคนจะไปน้ำใสๆก็เริ่มวิ่งมากระจุกตรงขอบตา  

 

เขาไม่ได้ร้องไห้นะ ไม่ได้ร้องเลยสักนิด

 

ไม่รู้ว่าสีหน้าของอีกคนเป็นแบบไหนเพราะยังไม่กล้าเอาหน้าออกจากอก

 

"ต้องกลับอะ หม่าม๊าสั่งให้กลับ ไม่กลับไม่ได้หรอก"

 

"ไม่ให้ไป"

 

"ฮันบินนี่.."

 

"บอกว่าไม่ให้ไปก็ไม่ให้ไปสิ! ฝึกมาด้วยกันตั้งสามปีแล้วจะถอดใจกลับอเมริกาทิ้งความฝันไปดื้อๆหรือไง!"

 

สาบานได้ว่าเขาไม่ได้ขี้แย แค่น้ำตาไหลออกมาเองเท่านั้น

 

สองมือเช็ดน้ำตา สะอื้นฮักๆเหมือนเด็ก

 

โกรธแล้ว โกรธคนโง่งี่เง่ามีแต่กล้ามใหญ่แต่ตัวสมองเท่าเมล็ดถั่วความรู้สึกทื่อยิ่งกว่ามีดเก่าๆ

 

ไม่ให้ไปนะ... ไม่ให้ไป

 

"แค่..อึก...แค่นี้ทำไมต้องทิ้งกันด้วย ละ..แล้วใครจะ..จะทำให้ยิ้ม ใครจะพาไปซื้อขนมที่มินิมาร์ท.. คะ... ใครจะเลี้ยงไก่....ไก่ทอด"

 

พูดไปสะอื้นไปด้วยความโกรธ ปัดมือที่ยื่นมาหาทิ้งไป

 

สะอื้นหนักกว่าเดิมเมื่อถูกคว้าเข้าไปกอด มือหนานั้นลูบหัวเหมือนปลอบเด็กเล็กๆ

 

"ฮันบินนี่อ่า.."

 

 

 

 

 

 

"จินฮวานไม่ได้บอกเหรอว่ากลับไปแค่อาทิตย์เดียวเอง"

 

 

 

 

 

 

ผลักตัวออกจากอ้อมแขนจ้องอีกฝ่ายทั้งน้ำตา

 

 

 

"อาทิตย์เดียว?..."

 

 

"อื้อ กลับไปงานวันเกิดหม่าม๊า ปะป๊าส่งเงินมาให้เป็นกรณีพิเศษบอกว่าหม่าม๊าคิดถึงมากก็เลยจะกลับไปหา ท่านประธานก็อนุญาตแล้วด้วย บินด่วนเลย"

 

"แล้วทำไมไม่บอก"

 

"ก็กะจะบอกเมื่อวานแต่เห็นอารมณ์เสียอยู่เลยไม่กล้าบอก"

 

"แล้วกลิ่นเบียร์เมื่อคืน.."

 

"จิบไปได้อึกเดียวโดนคนเดินชนหกใส่เสื้ออะ หมดอารมณ์ดื่มต่อเลยโยนทิ้งไปเลย"

 

"แล้วทำไมต้องถามอะไรแบบนั้น"

 

"ก็แค่น้อยใจ..."

 

 

"....."

 

 

"แล้วก็อยากรู้ว่าจะคิดถึงกันจริงๆหรือเปล่า"

 

 

 

สาบานได้ว่าไม่ได้หน้าแดงเลยตอนที่จ้องตาหยีๆคู่นั้นแล้วแก้มร้อนผ่าว

 

เกลียดสายตาเอ็นดูแบบนั้นที่สุด เกลียด

 

 

 

"จะรีบไปรีบกลับนะ"

 

 

"...."

 

 

 

"เดี๋ยวมีเด็กขี้แยวิ่งตามมาร้องไห้ขี้มูกโป่งใส่แบบนี้อีก"

 

 

 

 

"...เกลียด"

 

ร่างสูงหัวเราะลั่นหลังจากได้ยินคำกล่าว คว้าเขาเข้าไปกอดอีกหนลูบหัวลูบหลังไม่หยุด

 

"โบราณว่าเกลียดอะไรได้อย่างนั้นนะรู้ไหม"

 

"ไม่รู้ไม่อยากได้"

 

 

เสียงหัวเราะดังขึ้นอีกครั้ง ก่อนที่เขาจะถูกจูงแขนไปนั่งหน้านิ่งอยู่บนเก้าอี้

 

พี่จีวอนกดโทรศัพท์ เฟสไทม์หาคนที่เขาอยากบีบคอมากที่สุดแถมหันกล้องมาใส่เขาให้อีกฝ่ายเห็นใบหน้าแดงช้ำตามประสาคนเพิ่งร้องไห้มาหมาดๆ

 

"แกล้งน้อง"

 

คราวนี้มีคนหัวเราะตั้งสี่คน ฮันบินสาบานเลยว่าเขาจะสั่งซ้อมพวกนี้ให้ขาดใจตายคาห้องซ้อมไปเลย

 

"ปลอบกันเสร็จแล้วส่งคืนบริษัทด้วยล่ะ ท่านประธานไม่อนุญาตให้เอาลีดเดอร์ทีมบียัดใส่กระเป๋าไปสวัสดีพ่อแม่ด้วยหรอกนะ....ยกเว้นจะท้อง"

 

พี่จินฮวานหัวเราะคิกคัก ฮันบินหน้าหงิกขณะฟาดมือลงบนไหล่ของคนที่บังอาจหัวเราะไปด้วย

 

"กลับไปจะลงโทษให้หมดเลย!" เสียงเขายังสั่นเครือฟังแล้วชวนขำมากกว่ากลัวเลยไม่มีใครกลัวเลยสักคน

 

เห็นหน้าล้อๆของจุนฮเวอยู่ด้านหลัง คอยดูเถอะ แค้นนี้สิบปีชำระก็ยังไม่สาย

 

หน้ามุ่ยไม่เลิกแม้จะวางสายไปแล้วก็ตาม ยกแขนขึ้นกอดอกสะบัดหน้าช้ำๆไปทางอื่น

 

มือใหญ่จับหัวโยกเหมือนเห็นเขาเป็นตุ๊กตาล้มลุก

 

"ขี้งอนแล้วก็ขี้แยแบบนี้ใครเขาจะกล้าทิ้ง หืม?"

 

ดึงมือมาทำท่าจะกัด ทว่ายังไม่ทันได้ฝังเขี้ยวลงบนเนื้อเสียงทุ้มก็ดังขึ้นเสียก่อน

 

"เป็นเด็กดีนะ แล้วจะซื้อขนมมาฝาก"

 

ทำปากยู่เมื่อมือหนาบีบคางเบาๆอย่างหมั่นเขี้ยว

 

"ไม่เด็กแล้ว"

 

"จ้า ไม่เด็กแล้ว"

 

"เป็นลีดเดอร์ด้วย"

 

"จ้า เป็นลีดเดอร์"

 

 

 

 

"...."

 

 

 

"รีบไปรีบกลับด้วยล่ะ ขาดคนถอดเสื้อโชว์"

 

 

 

คนฟังหัวเราะคว้าหัวเขาไปซบไหล่

 

 

"จะรีบไปรีบกลับให้เร็วที่สุดเลยครับ คุณกระรอกน้อยขี้แย"

 

 

 

 

ถ้าไม่ได้ถีบคนก่อนขึ้นเครื่องอย่ามาเรียกว่าคิมฮันบินเลย

 

 

ก็ไม่ได้ชอบหรอกนะ อ้อมกอดอุ่นๆของคนโง่ๆพรรค์นี้น่ะ

 

 

 

ไม่ได้ชอบเลยสักนิดเดียว...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

END.

-----------------------------------------------------

 

งานเยอะ เลยลองเขียนฟิคบ้าๆดูบ้าง

บาบิเป็นพระเอ๊กพระเอก... พระเอกแบบโง่ๆ *หัวเราะ*

น้องลำไยก็ยังคงคอนเซ็ปต์เคะหน้านิ่งเหมือนเคย ไม่สามารถทำให้น้องเป็นเคะแบบเต็มตัวได้แม้น้องจะเคะก็ตาม #อัลไล

 

เครียดงิ เลยเอาอารมณ์มาลงที่เด็ก ;A;

 

ไปเขียนเรื่องยาวต่อแล้ว พรุ่งนี้ต้องทำงาน ชูแว้บบบบบบบบบบบ ><

 

enjoy reading ค่ะ