SF-SJ

[SF] I’m going crazy (KangWon)

posted on 25 Apr 2012 07:31 by tictoc13 in SF-SJ

Title : I’m going crazy

Pairing : KangWon

Author : tictoc13

Rating : PG-13

Author note : เรื่องราวและเหตุการณ์ทั้งหมดเป็นเพียงสิ่งที่สมมุติขึ้นมา

 

หมายเห็บ : เปิดเพลง ma boy ของ sistar19 ไปด้วยจะได้อารมณ์กริ๊บกริ๊วในหัวใจมาก >W

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                เสียงประตูปิดดังปัง! บอกให้บรรดาทหารติดตามรู้ว่าอีกไม่นานจะต้องเกิดเหตุร้ายแรงยิ่งกว่าภัยวิบัติใดๆบนโลก อาจารย์หนุ่มดีกรีปริญญาเอกของคณะนิติศาสตร์กระแทกเท้าลงบันไดมาจากชั้นสอง เหวี่ยงสลิปเปอร์ลายหมีพูห์กระเด็นไปคนละทางแล้วคว้ารองเท้าหนังมาสวมอย่างรวดเร็ว

 

                "ไม่ต้องไปส่ง จะไปเอง" แยกเขี้ยวขู่ฟ่อใส่คนที่เดินตามลงมา ใบหน้าคมคายเรียบเฉยไร้อารมณ์ ผิดกับคนตรงหน้าที่แทบดิ้นเร่าเพราะถูกขัดใจ

 

                "ยังขับรถไม่แข็งจะไปเองได้ยังไงครับ" ผู้พันยองอุนถามกลับ ก้าวไปประชิดตัวแมวน้อยแสนดื้อ ใบหน้าน่ารักบูดบึ้งท่าทางไม่พอใจสุดขีด

 

                "ผมนั่งรถไฟใต้ดินคนเดียวได้"

 

                "ตอนเช้าคนเยอะเดี๋ยวถูกล้วงกระเป๋าทำไง"

 

                "งั้นผมจะนั่งแท็กซี่ไป"

 

                "เกิดรถติดล่ะพี่เป็นห่วงนะ"

 

                "พี่ยองอุนไม่ต้องพูดคำว่าเป็นห่วงเลย เอะอะพี่ยองอุนก็ทำแต่งาน งาน งาน แล้วก็งาน ปีใหม่พี่ก็เลือกที่จะสังสรรค์กับที่ทำงาน วาเลนไทน์ก็มัวทำงานจนดึก วันเกิดผมพี่ยังลืมเพราะมัวแต่ทำงาน! บ้างานมากก็แต่งกับงานไปเลยสิไม่ต้องมายุ่งกับผม!"

 

                รัวใส่เป็นชุดด้วยความอัดอั้นตันใจ หัวหน้าพ่อบ้านยืนสงบนิ่งอยู่หน้าประตูโดยมีหัวหน้าแม่บ้านคอยจับตาดูเผื่อคุณซีวอนทำอะไรวู่วาม เหล่าทหารติดตามร้อนๆหนาวๆไม่รู้ว่าหลังมรสุมผ่านไปตนจะโดนผู้พันระบายอารมณ์ใส่หรือไม่

 

                "เด็กดีอย่าโกรธพี่สิครับ โตแล้วนะ เป็นอาจารย์แล้วจะมางอแงได้ยังไง" ลูบแก้มเนียนเป็นเชิงปลอบทว่ากลับถูกเจ้าของแก้มปัดทิ้ง นัยน์ตากลมโตเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความน้อยใจ

 

                "ใช่สิ ผมมันก็แค่อาจารย์มหาวิทยาลัย พี่ยองอุนเป็นนายทหารใหญ่ตำแหน่งสูงจะมาสนใจอะไรคนอย่างผม"

 

                คิ้วหนาขมวดเข้าหากัน เหล่าผู้เฝ้ามองแทบวิ่งหนีทว่าซีวอนกลับยืนมองอย่างท้าทาย

 

                "ทำตัวไม่มีเหตุผลอีกแล้วนะซีวอน"

 

                "ผมไม่เคยมีเหตุผลไปมากกว่างานของพี่ยองอุนหรอก!" พูดจบก็สะบัดหน้าเดินหนีออกจากบ้าน ทหารรับใช้รีบวิ่งไปเปิดประตูให้ส่วนพลขับมองผู้พันอย่างเกรงๆ เมื่อเห็นผู้พันพยักหน้าอนุญาตจึงประจำตำแหน่งแล้วขับรถพาคุณซีวอนไปส่งที่มหาวิทยาลัยโดยไร้เงาของผู้พันเฉกเช่นทุกวัน

 

                ร่างโปร่งนั่งกอดอกตวัดขาไขว่ห้างหน้าหงิกหน้างอด้วยความขุ่นเคือง  พี่ยองอุนบ้าที่สุด เห็นงานสำคัญกว่าเขาไม่เคยเปลี่ยน ไม่ว่าจะเวลาไหนสถานการณ์ใดหากต้องเลือกระหว่างงานกับคนรักแล้วคิมยองอุนมักเลือกงานก่อนเสมอ

 

                ปาดน้ำตาออกลวกๆ กัดปากตัวเองจนเจ็บ วันเกิดของเขาพี่ยองอุนยังโหมงานจนลืมได้ลงคอ ชเวซีวอนมีค่าน้อยกว่างานเห็นๆ เขาไม่ทนอีกต่อไปแล้ว

 

                "ตอนเย็นไม่ต้องมารับฉัน บอกผู้พันด้วยว่าฉันสั่งเอง" ยื่นหน้าไปบอกพลขับเสียงเฉียบ อีกฝ่ายรีบพยักหน้ารับคำอย่างรวดเร็วเพราะยังไม่อยากโดนระเบิดอารมณ์ของคนรักสุดหวงสุดเอาใจของผู้บังคับบัญชา

 

                เหม่อมองวิวสองข้างทางพลางใช้ความคิด เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นเป็นระยะแต่ก็ถูกตัดทิ้งเสียทุกสาย

 

                แล้วเราจะได้เห็นดีกันคิมยองอุน!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                "พี่หมอไม่ต้องมาพูดเลยนะ พี่หมอสัญญาแล้วว่าจะพาผมไปเที่ยว แล้วนี่อะไร? ไปบรรยายต่างจังหวัด? ตลกแล้ว ผมอยากไปทะเลนะไม่ได้อยากไปแดกู เชิญพี่หมอไปกับคนอื่นเลย แค่นี้ล่ะ!"

 

                เสียงต่อว่าต่อขานยาวเหยียดด้วยประโยคเอาแต่ใจและสรรพนามแบบนี้มีคนเดียวเท่านั้นล่ะ  เจ้าของเสียงคือฮวางชานซองไม่ผิดแน่ อาจารย์ชเวซีวอนชะงักฝีเท้าแล้วหลบวูบเข้ามุมเสา แอบมองลูกศิษย์(และเมียเพื่อน)ยืนถลึงตาใส่โทรศัพท์ ปากก็พร่ำบ่นออกมาเป็นชุด

 

                "อาจารย์หมอนิสัยไม่ดี ทำงานให้เงินทับตายไปเลยอ๊คแทคยอน บ้างาน มีแต่งาน งาน งาน งาน แล้วก็งาน ไปแต่งงานกับสไลด์บรรยายแล้วก็กองเอกสารเลยไป โกรธ!"

 

                เป๊ะมาก.. ไม่คิดเลยว่าเช้านี้จะมีคนร่วมอุดมการณ์

 

                ฮวางชานซองสะดุ้งเฮือกเมื่อจู่ๆมีมือมาสะกิดตรงหัวไหล่ หันกลับไปก็เจอหน้าตาแป้นแล้นของอาจารย์ที่ปรึกษายืนยิ้มแฉ่งทั้งที่ตาแดงก่ำ

 

                "อาจารย์ซีวอน.."

 

                "ทะเลาะกับไอ้บ้าแทคยอนมาเหรอ"

 

                ชานซองเบือนหน้าหนี ซีวอนจิ๊ปาก สองมือประคองใบหน้าลูกศิษย์หันกลับมา ขยับใบหน้าเข้าไปชิดจนปลายจมูกแทบชนกัน

 

                "ทะเลาะกันมาใช่ไหม"

 

                หากตอบว่าไม่ใช่ แมวเอาแต่ใจของผู้พันหมีโหดคงควงอาก้ามาถล่มมหาวิทยาลัย

 

                ใบหน้าหล่อผงกขึ้นลงช้าๆ รอยยิ้มผุดพรายขึ้นบนใบหน้าของอาจารย์ซีวอน

 

                มือเรียวยาวประคองใบหน้าลูกศิษย์อย่างทะนุถนอม ผิดกับนัยน์ตาสีเข้มวาวโรจน์ด้วยแรงอารมณ์

 

                "เย็นนี้ไปเที่ยวกัน ฉันจำได้ว่านายเลิกเรียนสี่โมงเย็น เลิกแล้วมาหาฉันที่ห้องพัก วันนี้คือวันปลดปล่อยของเรา พวกบ้างานต้องรู้เสียบ้างว่าเราไม่ใช่ของตาย เราสองคนจะไป drink and dance on the floor โอเค๊?"

 

                แม้ข้อเสนอกึ่งบังคับกึ่งคำสั่งจะฟังดูปร่าแปร่งแต่ชานซองก็ต้องพยักหน้ารับคำโดยดุษณีเพราะไม่อยากโดนมรสุมอารมณ์  อาจารย์ที่ปรึกษายิ้มร่า ตบแก้มลูกศิษย์สองสามทีแล้วเดินผิวปากตรงไปยังห้องทำงาน

 

                โทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้ง  แมวเอาแต่ใจของผู้พันหยิบขึ้นมาดูแล้วกดตัดสาย จัดแจงปิดเครื่องเรียบร้อยเปิดคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะเตรียมการสอนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นในเช้าวันนี้ ใบหน้าฉาบรอยยิ้มหวานละมุนทว่าในใจกลับร้อนรุ่มดั่งไฟลน

 

                คงไม่เคยมีใครสอนผู้พันหมีว่าอย่าแหย่แมวโกรธ!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                ประวัติศาสตร์โลกต้องจารึกว่าวันนี้คือวันมหาวิปโยคที่คนทั้งผับพร้อมใจกันวางแก้วลงกับโต๊ะแล้วกลืนน้ำลายลงคอดังเอื๊อก เสียงเพลงดังกระหึ่มไม่สามารถบดบังรัศมีอันน่าสะพรึงกลัวของชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีดำสนิทไปได้เลย

 

                นาฬิกาบอกเวลาห้าทุ่มเศษ ชายหนุ่มถอนหายใจ รูดแขนเสื้อปิดข้อมือดังเดิม

 

                ทหารติดตามกว่าห้านายยืนตรงรอรับคำสั่งจากผู้พัน

 

                "ปิดผับเลยไหมครับท่าน" หนึ่งในนั้นถาม เมื่อจบคำถามทุกคนก็พร้อมใจกันชักปืนออกมาจนชาวบ้านคิดว่าจะมาก่อการร้ายหากไม่ติดว่าผู้ถูกถามคือคนที่เห็นบนหน้าหนังสือพิมพ์และโทรทัศน์บ่อยๆ

 

                ผู้พันคิมยองอุนส่ายหน้า โบกมือให้ลูกน้องของตนเก็บอาวุธเสีย

 

                "แยกย้ายกันตามหา เจอซีวอนแล้วให้รีบบอกฉันทันที"

 

                คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเมื่อเห็นว่าคนที่นัดไว้เพิ่งจะวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในผับ อาจารย์หนุ่มของคณะแพทย์วิ่งโร่ออกมาจากห้องแล็บทั้งเสื้อกาวน์ ยูนิฟอร์มยาวสีขาวกลายเป็นที่สะดุดของใครหลายคน

 

                ผู้พันกวาดมองศีรษะจรดปลายเท้า แทคยอนสบตาก่อนจะสะดุ้งเฮือกรีบถอดเสื้อกาวน์ออกเหลือเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวและกางเกงแสล็ค

 

                "ชานซองกับซีวอนอยู่ที่นี่หรือครับ"

 

                ไม่มีคำตอบจากผู้พันยองอุน มีเพียงสายตาดุดันที่กวาดมองไปรอบๆผับพร้อมสีหน้าถมึงทึง จากประสบการณ์ในการมีผู้พันเป็นสามีเพื่อนมาหลายปี อ๊คแทคยอนรู้ว่าถ้าไม่เจอตัวซีวอนในอีกสิบนาทีนี้ไอ้แมวน้อยกลอยใจของผู้พันซวยแน่

 

                "ผมจะไปตามหาชานซองนะครับ" พูดก่อนจะเดินเลี่ยงไปให้ไกลที่สุด เขายังไม่อยากโดนมองว่าเป็นผู้สมคบคิดก่อการร้ายสั่งปิดผับตามหาเมียอะไรเทือกนั้น

 

                ยืนเขย่งมองข้ามหัวหลากหลายทรงผมและสีสันมองหาเจ้าตัวแสบสองตัวที่หายไปทั้งวันทำให้เขาถูกผู้พันยองอุนตามออกมาจากแล็บ เขากะว่าจะไปง้อชานซองพรุ่งนี้่ที่ไหนได้เด็กดื้อของเขาดันถูกเพื่อนเวรลากคอมาผับเสียอย่างนั้น มันน่ากระโดดถีบซีวอนนัก

 

                ขมวดคิ้วเมื่อมองเห็นชายหนุ่มสองคนหน้าเคาเตอร์บาร์ สมแล้วที่เป็นซีวอน มันเลือกที่นั่งได้สะดุดตามาก เสื้อผ้าไม่ต้องพูดถึง หญิงชายมองกันจนแทบจะมุดเข้าไปในรอยแหวกของกระดุม ทั้งรัดรูปทั้งคว้านลึกจนแทคยอนคิดว่าถ้าผู้พันยองอุนมาเห็นคงมีบึ้มผับแตก

 

                เลื่อนสายตามองเด็กในสังกัดแล้วพ่นลมหายใจดังพรืด บ้าจี้แต่งตัวตามอาจารย์ทำไมเนี่ยชานซอง

 

                ยังไม่ทันได้ก้าวไปหาเสียงเพลงในผับก็ดับเงียบ ผู้คนบนฟลอร์หน้าเวทีต่างตบเท้าแยกออกจากกันกลายเป็นทะเลแหวก คนของผู้พันยองอุนคนหนึ่งยืนคุมเชิงอยู่ข้างดีเจประจำผับ ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าอีกฝ่ายกลัวแค่ไหน หน้าซีดมือสั่นชัดเจนเสียขนาดนั้น

 

                ตากลมโตตวัดหางตามองคนที่ทำให้บรรยากาศครื้นเครงเงียบลงด้วยสายตาเย็นชา วางแก้วมาร์ตินี่ลงบนเคาเตอร์บาร์อย่างเบามือ

 

                "พี่ยองอุนมาทำอะไรที่นี่หรือครับ"

 

                อ๊คแทคยอนใช้วิชาวิ่งสี่คูณร้อยคว้าตัวเด็กดื้อของตนมายืนข้างกายก่อนที่ผู้พันหมีจะกางกรงเล็บตะปบแมว

 

                "กลับบ้านกันนะครับ" ผู้พันยองอุนเอ่ย แทคยอนทำตาปริบๆไม่คิดว่ารอยยิ้มอ่อนโยนจะผุดขึ้นมาบนใบหน้าผู้พันแบบอัตโนมัติยิ่งกว่าสปอร์เห็ดในฤดูฝน

 

                ทว่าแมวเอาแต่ใจกลับราดน้ำมันลงบนกองไฟโทสะของผู้พันมากกว่าเดิม

 

                "ไม่กลับ" ตอบชัดถ้อยชัดคำ

 

                "ผมจะนั่งดริ๊งแล้วก็แดนซ์ยันเช้า หรือถ้ามีผู้ชายหน้าตาดีหลุดมาสักคนผมก็จะไปเที่ยวกับเขาต่อ ชานซองก็จะไปด้วย"

 

                ควานหาคนข้างกายหวังหาพวกแต่แล้วกลับต้องขมวดคิ้วเมื่อร่างสูงโปร่งข้างๆกลายเป็นมวลอากาศว่างเปล่า นัยน์ตากลมโตหรี่ลงแสดงอาการไม่พอใจเมื่อเห็นเพื่อนรักยืนโอบเอวเด็กดื้อแนบแน่นพร้อมบุ้ยใบ้เป็นเชิงไล่ให้เขายอมกลับบ้านไปเสียที

 

                ผู้พันยองอุนยิ้มบางๆ เอื้อมมือไปจับมือเรียวมาบีบเบาๆ

 

                "ซีวอนควรกลับบ้านนะครับ"

 

                "ไม่กลับ"

 

                เชิดหน้าใส่อย่างถือดี สะบัดหน้าจนผมพลิ้วกระจาย แทคยอนก้มหน้ามองเด็กหน้างอในอ้อมแขนแล้วลากไปเคลียร์กันที่อื่น  ชานซองพยายามดึงตัวกลับแต่ก็ไม่สามารถเพราะแขนล่ำๆโอบเอวเอาไว้พร้อมสาวเท้าตรงไปยังบันไดทางขึ้นชั้นสองที่ไม่ค่อยมีคน

 

                เด็กถูกปราบไปแล้วหนึ่ง เหลือเพียงแมวสีขาวพองขนขู่ฟ่อใส่หมีแบบไม่กลัวเกรง

 

                จรดแก้วมาร์ตินี่เข้ากับริมฝีปาก กลีบเนื้อสีสดเม้มลงบนแก้วใส ตวัดลิ้นขโมยมะกอกดองในแก้วไปอมไว้  หรี่ตามองคนรักพลางเคี้ยวมะกอกดองหน้าตาเฉย

 

                ผู้พันยองอุนถอนหายใจ โบกมือให้ลูกน้องปล่อยดีเจเป็นอิสระ เสียงเพลงดังกระหึ่มอีกครั้งทว่าไม่มีใครกล้าเต้นต่อเลยแม้แต่คนเดียว ทุกคนพร้อมใจกันกลับไปนั่งดูเหตุการณ์สยองขวัญสั่นประสาทที่โต๊ะใครโต๊ะมัน

 

                บาร์เทนเดอร์เตรียมพุ่งหลบกระสุนตอนที่ผู้พันยองอุนขยับเข้าไปประชิดตัวชเวซีวอน

 

                "กลับบ้านกับพี่นะครับคนดี"

 

                "ไม่"

 

                "พี่รักซีวอนนะ"

 

                "ไปแต่งกับงานเถอะไป!"  ผลักอกผู้พันจนเซถลา หมุนเก้าอี้หันหน้าเข้าหาเคาเตอร์บาร์ ผู้พันยองอุนถอนหายใจก้าวเข้าไปประชิดอีกครั้งพร้อมกางแขนดักคร่อมจากทางด้านหลัง

 

                เสียงทุ้มกระซิบริมหูทำเอามือที่กำลังหยิบแก้วมาร์ตินี่ชะงัก

 

                "ถ้าซีวอนไม่รีบกลับบ้านไปจัดกระเป๋ากับเขียนจดหมายลากิจแล้วอาจจะไม่ทันไฟลท์บินไปอิตาลีพรุ่งนี้เช้านะครับ วันมะรืนมีเทศกาลหน้ากากที่เวนิสด้วย พี่สั่งเช่าเหมาเรือกอนโดลาไว้แล้ว ถ้าซีวอนอยากไปลอนดอนต่อพี่ก็ไม่ขัด อากาศที่กรุงปรากตอนนี้ก็กำลังดี"

 

                แมวเอาแต่ใจหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับผู้พัน หรี่ตามองสองมือกอดอก

 

                "สัญญาก่อนว่าจะไม่โกหก"

 

                "ตั๋วเครื่องบินกับวีซ่าเรียบร้อยแล้วครับ"

 

                "จะปิดโทรศัพท์ตลอดเวลาที่เราอยู่ด้วยกัน"

 

                "โทรศัพท์พี่จะอยู่ในกระเป๋ากางเกงซีวอนเลยครับ"

 

                "จะไม่หอบโน้ตบุ๊คไปด้วย จะไม่ติดต่องาน จะหายสาบสูญไปจนกว่าจะกลับมาถึงเกาหลี"

 

                "พี่ยกให้ซีวอนเป็นผู้บังคับบัญชาตลอดทริปเลย"

 

                ฟันขาวขบริมฝีปากล่าง ใจหนึ่งก็อยากไปอีกใจหนึ่งก็ไม่อยากเชื่อ คนบ้างานอย่างพี่ยองอุนน่ะหรือจะยอมทิ้งงานการพาเขาไปเที่ยวเป็นสิบวัน อีกอย่างขืนทำอย่างนั้นมีหวังถูกเรียกไปสอบสวนวินัยกันพอดี

 

                ยื่นมือไปให้อีกฝ่ายจับ กลอกตาไปทางอื่นเมื่อร่างหนาจุมพิตเบาๆบนหลังมือ

 

                "กลับบ้านกับพี่นะครับคนดี"

 

                กระตุกมือกลับมากอดอก หันไปสั่งบรั่นดีกับบาร์เทนเดอร์ที่รีบจัดการให้อย่างรวดเร็วประหนึ่งเสกเอา

 

                ยื่นแก้วส่งให้ผู้พันพร้อมตบเก้าอี้ว่างข้างตัว

 

                "ดริ๊งกับผมแก้วนึงแล้วผมจะยอมกลับ กลับไปจะไม่จัดกระเป๋าด้วยพี่ยองอุนต้องเป็นคนจัดให้  ถึงเวนิสแล้วจะไปเที่ยวจะทานขนมจะจิบไวน์ในโรงแรมจะช้อปปิ้งเอาให้ล้มละลายเลย"

 

                ร่างในชุดสูทนั่งลงตามคำบัญชา มือหนาวางแปะลงเรือนผมสีเข้มแล้วลูบไล้ด้วยความเอ็นดู

 

                "ใครจะกล้าขัดใจคนดีของพี่ล่ะครับ หืม?"

 

                "อนุญาตให้ทำงานได้ไม่เกินวันละสองชั่วโมง อีกยี่สิบสองชั่วโมงที่เหลือคือเวลาของผมไม่ใช่งาน"

 

                "ตามที่ซีวอนต้องการเลยครับ"

 

                อาจารย์หนุ่มของคณะนิติศาสตร์ยิ้มกว้าง ชูแก้วมาร์ตินี่ขึ้นพร้อมกับผู้พันยองอุนที่ชู้แก้วบรั่นดีขึ้นเช่นกัน รอยยิ้มบนใบหน้าของซีวอนดุจแสงเทียนสาดส่องลงกลางใจของทุกคน เป็นอันรู้กันว่าไม่มีสงครามก่อการร้ายหรือการพรากภรรยากลับบ้านแต่อย่างใด

 

                ทหารติดตามของผู้พันกลับออกไปรอที่รถอย่างรู้หน้าที่ เช่นเดียวกับแทคยอนที่โฉบมาลาก่อนจะลากเด็กดื้อที่ยังโวยวายไม่เลิกออกไปด้วย

 

                บรรยากาศแห่งความรักและความเข้าใจตลบอบอวลรอบกายคนสองคนแบบผิดสถานที่ ถึงกระนั้นผู้พันยองอุนก็หาได้แคร์แต่อย่างใด ปลายนิ้วเกลี่ยผิวแก้มเนียนด้วยความเอ็นดู

 

                "คืนนี้พี่ไม่ต้องนอนคนเดียวใช่ไหมครับ"

 

                "อาจจะไม่ได้นอนเลยก็ได้นะ..." หัวเราะคิกคักขยับตัวเข้าไปใกล้ยื่นหน้าจนปลายจมูกชนกัน นัยน์ตาซุกซนราวกับลูกแมวพราวระยับด้วยความตื่นเต้นที่จะได้ไปเที่ยว

 

                กดจมูกลงบนแก้มผู้พันหนึ่งที คนจะมองก็ช่างเพราะไม่มีใครกล้าปากโป้งอยู่แล้ว

 

                "...ขึ้นอยู่กับว่าพี่ยองอุนง่วงนอนมากจนหมดแรงหรือเปล่า"

                               

                มือหนาติดกระดุมเสื้อเชิ้ตของคนรักให้เรียบร้อย วางบัตรเครดิตลงบนเคาเตอร์ให้บาร์เทนเดอร์หยิบไปชำระเงิน  กระซิบเสียงแหบพร่าจนคนฟังหน้าร้อนวูบทุบกำปั้นลงบนอกแกร่งแบบไม่ยั้งมือ

 

 

 

                "พี่รับรองว่าเราได้นั่งหาวทุกวันตลอดทริปแน่ เตรียมจองคอร์สบำรุงผิวหน้าเพราะนอนไม่พอได้เลย"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                แมวสีขาวทำตัวออดอ้อนน่ารักกว่าพองขนขู่ฟ่อเสียอีก

 

 

 

 

 

                ใครจะกล้าขัดใจล่ะงานนี้...

 

               

               

 

               

 

               

 

               

 

 

 

 

 

 

 

 

 

END.

 

---------------------------------------------------
 
แมวดื้อจนน่าตีก้น... ดื้อมากกกกกกกกกกกก ดื้อมากกกกกกกกกกกก 
ไปเมนชั่นหาฮยองกลางดึกแล้วยังทำตัวน่ารัก โฮ้ยยยยยยยยยย
อยากจะเอา siwon407 มาฟาดๆๆๆกลางทวิตเตอร์ น่ารักเกินไปแล้ว
แมวน้อยน่ารักไม่ทน TTATT
 
ลัดคิวฟิคทั้งหมดทั้งปวงสังเวยความดื้อของลูกแมว
 
หมอรอคิวไป แม่ไร้ฟีล ผู้พันกลับมาทวงสายเค ฮวากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก