SF-BAP

[SF] มิสปังรตี (BangChan? or ?)

posted on 06 Nov 2013 06:21 by tictoc13 in SF-BAP

Title: มิสปังรตี

Pairing : มิสปังรตี

Author : tictoc13

Rating : PG-13

Author note : ก็บอกแล้วว่ามิสปังรตี ฮ่าาาาาาาาาาาาาาาาา

 

 

 

 

 

 

 

                คุณเคยมีแม่ยายเพี้ยนๆไหมครับ?

 

 

                แม่ยายเพี้ยนๆ...คู่หูคู่ซี้กับแม่สุดเพี้ยนของคุณ

 

 

                ครับ.. แม่ผมกับแม่ยายผมนี่ล่ะครับ...

 

 

                เข้ากันได้ดีเหลือเกิ๊๊น  T___________T

 

 

 

 

                เห็นตัวอีโมอย่านึกว่าเรื่องนี้คือนิยายแจ่มใส นี่คือเรื่องราวของผมและมิสปังรตี

 

 

                มิสปังรตี จุฑาเทพ

 

                แม่ยายผมและเพื่อนรักตั้งแต่สมัยเรียนที่ลอนเดิ้นของคุณหญิงควอนจียง... คุณหญิงแม่ผมเอง

 

 

 

                มิสปังรตีเป็นอดีตนักเรียนนอกและภริยาสุดสวาทขาดใจของท่านชายฮิมชาร์ล จุฑาเทพ  แต่อย่าได้ไปบังอาจเรียกว่าคุณหญิงเชียวนะครับ หมอนอิงลายทิกเกอร์ลอยเฉียดหัวกันเลยทีเดียว มิสเกลียดการถูกเรียกแบบนั้นเป็นที่สุด

 

                ต้องเรียกมิสครับ มิสปังรตี

 

                ลูกสี่แล้วก็ยังต้องเรียกมิส มิสไม่ยอมให้เรียกมิสซิสครับ มิสเฟมินิสต์มาก

 

                แม้จะตบทรัพย์ท่านชายไปเที่ยวบ่อยๆ แต่มิสก็ยังคงความเฟมินิสต์ไว้อย่างสวยงาม

 

 

                ในบรรดาลูกของมิสและท่านชาย ผมสนิทกับชายแทฮยอนมากที่สุดเพราะเราสองคนชอบอะไรเหมือนๆกันตามประสาชายหนุ่มและมันเป็นคนเดียวที่คุยภาษาคนรู้เรื่อง ชายแทฮยอนเป็นลูกชายคนโต มีน้องอีกสามคนคือน้องหญิงจีวอน น้องชายออบ แล้วก็น้องหญิงจุนฮง

 

 

                อ้อ แต่มิสไม่เรียกแบบนั้นหรอกนะครับ มิสบอกว่าไม่คิ้วตี้

 

 

                ต้องเรียกน้องหญิงบาบิและน้องหญิงเจลิลี่ครับ

 

 

                ถ้าไม่เรียกมิสจะครายยยยยยยยยยยยยย

 

 

                ไม่รู้อะไรดลใจให้มิสตั้งนิคเนมของน้องหญิงจีวอนว่าบ๊อบบี้ แต่มิสบอกว่าเรียกบ๊อบบี้แล้วดูแข็งไปไม่ยูนิค(คึ) เลยเรียกแบบน่ารักๆว่าหญิงบาบิ

 

                อย่าไปถามว่าน่ารักตรงไหนนะครับ เพราะมันจะทำให้มิสครายอะเกน

 

 

 

                อ้อ ลืมแนะนำตัวเองไปสินะ

 

                ผมคือพระเอกของเรื่องผู้แสนจะน่าสงสาร

 

                ลูกชายคนเดียวของคุณหญิงควอนจียงและท่านชายทีโอพี

 

                ลูกเขยของมิสปังรตีและท่านชายฮิมชาร์ล

 

                สามีของน้องหญิงบาบิ

 

 

 

                ใช่แล้วครับ....

 

 

 

                ผมคือคุณชายฮันบิน เทวพรหม  ;___________;

 

 

 

 

 

 

 

 

                เรื่องทั้งหมดเริ่มขึ้นในเช้าวันหนึ่งที่ผมถูกคุณหญิงแม่จียงลากออกมาจากที่นอนตั้งแต่ไก่ยังไม่ทันโห่ ฟ้าข้างนอกยังสลัวอยู่เลยครับ คุณหญิงแม่ก็ยังไม่ได้ทำผมตีโป่งเลยสักเส้นเดียว คิ้วเคิ้วไม่เหลือครับ...ยังไม่ได้เขียน เสื้อผ้าก็ยังเป็นชุดนอน

 

                อ้าปากจะถามว่าปลุกผมทำไมคุณหญิงแม่ก็จุ๊ปาก ยัดผ้าขนหนูใส่มือผมแล้วบอกให้ไปอาบน้ำแต่งตัวซะ ใส่ชุดที่หล่อที่สุดแล้วลงไปรอแม่ที่ห้องอาหาร

 

                หลังอาบน้ำแต่งตัวเสร็จผมก็ลงไปรอคุณหญิงแม่ตามความประสงค์ แต่ผมบอกแล้วใช่ไหมครับว่าตอนมาปลุกผมนั้นคุณหญิงแม่หน้าสดหัวสดมาก

 

                แน่นอนครับ..

 

                คุณหญิงแม่ใช้เวลาแต่งตัวสามชั่วโมง

 

                ผมกินโจ๊กหมดไปถ้วยครึ่งแล้วคุณหญิงแม่ยังตีโป่งไม่เสร็จเลยครับคุณเอ๊ยยยยยยยยยยยย

 

                ท่านพ่อชิ่งหนีผมไปแล้ว ก่อนไปยังมิวายทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้มมีเลศนัยและอวยพรให้ผมโชคดี

 

                เราจะไปรบกันหรือครับ?

 

                หรือคุณหญิงแม่จับได้ว่าผมแอบไปเที่ยวที่สโมสรสปอร์ตคลับมาเมื่อคืน

 

                สาบานได้ว่าผมไม่ได้แอบมองหน้าอกสาวๆที่สโมสรเลยสักคน ไม่ได้มองเลย!

 

                ถ้าทำขอให้ฝนตกในฤดูฝนเลยนะครับแหม

 

                กินโจ๊กถ้วยที่สองจนหมดตามด้วยกาแฟร้อนอีกแก้วคุณหญิงแม่ก็ยังไม่ลงมา ตอนนี้แสงแดดแผดจ้าจนแทบจะส่องทะลุหลังคาและฝ้าชั้นดีมาส่องหัวผมอยู่แล้ว

 

                ผมอ้าปากหาว... เป็นจังหวะเดียวกับที่คุณหญิงแม่เดินเข้ามาในห้องอาหารพอดี

 

                "ฮันบิน แม่บอกแล้วใช่ไหมว่าเวลาหาวให้เอามือปิดปาก!"

 

                เวลาอื่นก็ไม่เดินเข้ามานะครับ ขึ่นแหม้..

 

 

 

               

 

                คาดิลแล็คสีเทาแสนงามของผมจอดที่หน้าวังของท่านชายฮิมชาร์ล ผมก็เพิ่งมารู้เอาตอนขึ้นรถนี่ล่ะครับว่าต้องมาที่วังนี้ มิน่าล่ะคุณหญิงแม่ตีโป่งสูงผิดปกติ

 

                หนังตาขวากระตุกยังไงไม่รู้ครับ

 

                หรือวันนี้จะมีเรื่องซวย..

 

 

                คุณหญิงแม่จูงมือผมเข้าไปในวัง ผมอยากบอกคนขับรถคู่ใจเหลือเกินว่าช่วยกูที แต่มันหลบตาผมครับ จำไว้เลยนะไอ้ยุนฮยอง

 

                หลังจากกระพุ่มมือไหว้ท่านชายฮิมชาร์ลและมิสปังรตีเสร็จแล้วคุณหญิงแม่ก็ดึงตัวผมขึ้นมานั่งข้างๆ เอามือตบไหล่ผมและบอกว่า...

 

                ถึงเวลาแล้วที่จุฑาเทพจะต้องรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับเทวพรหม

 

                "ดิฉันไปดูฤกษ์หมั้นมาแล้วนะคะท่านชาย พระท่านว่าหมั้นเดือนหน้าแต่งเดือนสิบกำลังดีเลยค่ะ ว่ายังไงคะมิส หญิงบาบิโอเคไหมเอ่ย?" พูดจบก็หัวเราะคิกคักกับมิสปังรตี ท่านชายเองก็พลอยยิ้มไปด้วย

 

                แต่เดี๋ยวนะครับ...

 

                ฤกษ์ใคร? ใครหมั้น?

 

                "น้องหญิงบาบิจะหมั้นกับใครหรือครับคุณแม่" ผมหันไปถาม แล้วก็ได้รับคำตอบเป็นพัดลูกไม้สีแดงฟาดลงบนไหล่ดังเพียะ!

 

                "เอ๊ะฮันบินนี่ จะใครล่ะคะถ้าไม่ใช่ลูกชายของแม่น่ะ"

 

                อ๋อ.. ลูกชายของคุณหญิงแม่นี่เอง

 

 

 

                แต่เอ๊ะ..

 

 

 

                มันก็คือผมน่ะสิครับ!

 

 

                What!!!!!!!!!!!!!!!! ผมต้องแต่งงานกับน้องหญิงบาบิ????????????????

 

 

 

                สายตาเชือดเฉือนของมิสจ้องมาที่ผมเหมือนจะควักตับออกมาบีบเล่น ผมกลืนน้ำลายเอื๊อกแล้วยิ้มแหยๆ

 

                ไม่ใช่ว่าผมรังเกียจน้องหญิงบาบินะครับ น้องหญิงน่ะถอดพิมพ์ของท่านชายฮิมชาร์ลออกมาเลยทีเดียว ตาเรียวรี ผิวขาว ปากนิด จมูกหน่อย น่ารักมาก

 

                ติดอยู่อย่างเดียว...

 

 

                น้องหญิงบาบิล่ำกว่าผมอีกง่ะ T___________T

 

 

 

                ผมนั่งเอ๋อกระพริบตาปริบๆ ชายแทฮยอนมานั่งข้างท่านชายฮิมชาร์ลตอนไหนก็ไม่รู้ หมอนั่นมองผมด้วยสายตาเวทนาอย่างสุดซึ้ง หนอยครับหนอย ผมจะหนอยใส่มันสักร้อยหนอย รอให้พี่หญิงมินนี่ของผมกลับมาจากฝรั่งเศสก่อนเถอะผมจะเสี้ยมให้พี่หญิงโกรธมันสักสามเดือน ไอ้นี่ก็เจ้าชู้ครับ  เมื่อคืนมันก็เมาหัวราน้ำอยู่สโมสรกับผมนี่ล่ะ

                 

                "ชายฮันบินโนพร็อบเบลมใช่ไหมจ๊ะ" น้ำเสียงทอดอ่อนหวานแต่โทนเสียงทุ้มต่ำเหมือนทำนองเพลงสวดศพ ผมอยากร้องไห้ใจจะขาดแต่ก็ได้แต่ปั้นหน้ายิ้มแหยๆให้มิสปังรตี

 

                "ไม่เลยครับมิส..ไม่เลย" ฮือออออ จบสิ้นแล้วชีวิตกู

 

                ฮันบินอยากจะครายยยยย

                 

                "น้องหญิงบาบิอยู่ที่ฟลาวเวอร์การ์เด้นแน่ะจ๊ะ"

 

                "ครับ" ก็อยู่ไปสิครับ ฮือ ฮันบินไม่ได้พูด

 

                "ไปหาน้องสิจ๊ะ มิสแอนด์ยัวร์มอมจะโกวิทยู เล็ทส์โก...มายซันอินลอว์" ประโยคลงท้ายนั่นก็เน้นจังเลย ผมซ่อนสีหน้าเหมือนจะร้องไห้ไว้ข้างในแล้วลุกไปหาหญิงบาบิตามที่มิสปังรตีสั่ง

 

                แว่วเสียงสองคุณหญิงดังตามหลังผมมา

 

                "ชายฮันบินอิสสะกึ๊ดบอยจังเลยนะคะ เวรี่คายด์ลี่แอนด์เจนเทิลแมน แบบนี้ดิฉันรักตายเลยค่ะคุณหญิง"

 

                "แหม...ลูกเขยคนโตทั้งทีมิสก็ต้องรักสิคะ ถ้ามิสไม่รักเนี่ยดิฉันไม่ยกให้หรอกนะคะ คิกๆๆ"

 

 

 

                เจ็บแค้นเคืองโกรธโทษฉันใย ฉันทำอะไรให้เธอเคืองขุ่น T________T

 

 

 

                ผมอยากวิ่งไปหายุนฮยองแล้วสั่งมันออกรถเหลือเกินครับ แต่เกรงว่าถ้าขืนทำแบบนั้นคุณหญิงแม่จะเอาปืนมาเป่าขมับผมเสียก่อน ฮือออออออออออออออออออออออ

 

                ผมไม่เคยเกลียดสวนดอกไม้ของวังนี้เท่านี้มาก่อนเลยครับ

 

 

                มันจะอยู่ติดกับตึกใหญ่ทำไม ทำไมไม่ไปอยู่ขอบรั้วแบบแปลงดอกไม้หน้ากระท่อมท้ายสวนไปโน่น ทำไมต้องเดินไม่กี่ก้าวก็ถึง ทำไม ทำม๊ายยยยยยยยยยยยยยยยย

 

 

 

                น้องหญิงบาบินั่งอยู่ในศาลาริมน้ำครับ โอ้มายเลดี้มายคิตตี้มายเบบี้เกิร์ล...

 

 

 

                เก็บกล้ามหน่อยไหมคนดี

 

 

 

 

               

 

 

 

 

 

                คุณคิดว่าน้องหญิงบาบิคงกำลังเล่นกับหงส์ในสระน้ำ ชื่นชมความงามของดอกบัว เอาผ้ามาปักเอาไหมพรมมาถักเอาดอกไม้มาจัดเอาอะไรกุ๊กกิ๊กน่ารักมาทำพร้อมกับจิบชาดาจีลิ่งแกล้มสโคนอุ่นๆใช่ไหมล่ะครับ

 

                ผมจะบอกให้ว่าพวกคุณคิดผิด..

 

 

 

                "พี่ชายออบขี้โกงปะเนี่ย ตานี้หญิงต้องเป็นคนเดินสิ!"

 

 

                น้องหญิงบาบิกำลังเล่นหมากรุกครับ...

 

 

                ความเฟมินิสต์ก็งี้ล่ะครับ มิสปังรตีไม่ให้น้องหญิงบาบิกับน้องหญิงเจลิลี่ทำอะไรน่ารักๆเด็ดขาดดดดดดดดด ทุกอย่างที่ทำต้องเสริมสร้างภูมิปัญญาและภูมิคุ้มกันร่างกายให้แข็งแรงครับ

 

                แม้กระทั่งคาราเต้น้องหญิงบาบิก็ยังได้สายดำเลยครับ เก่งกว่าผมอีก ผมอยากจะครายยยย

 

                ยืนบื้อเป็นสากกะเบือที่หน้าตาดีที่สุดในโลกเลยครับทีนี้ ผมควรทำไงต่อ? เดินไปทักแล้วบอกว่า 'น้องหญิงบาบิจ๊ะ มิสให้พี่มาหาเพราะจะคุยเรื่องงานหมั้นของเรา' งี้หรือครับ โอ้มายก๊อด ผมขอกลับลอนเดิ้นตอนนี้เลยได้ไหม ผมคิดว่าผมลืมปากกาสักด้ามหนึ่งไว้ที่มหาวิทยาลัยนะ

 

                ระหว่างยืนบื้ออยู่นั้นชายจงออบก็หันมาเห็นผมเข้าครับ ผมเกลียดรอยยิ้มเทวดาของไอ้หมอนี่มาก

 

                ทำไมน่ะหรือครับ?

 

                "กึ้ดม้อร์นิ่งครับมายบราเธอร์อินลอว์ กำลังคิดอยู่เชียวว่าจะมารับน้องหญิงบาบิไปลองแหวนแต่งงานตอนไหน"

 

                นั่นปากหรือครับ... ไอ้ตาตี่

 

                ผมถลึงตาใส่มันก่อนจะหันไปยิ้มแหยๆให้น้องหญิงบาบิ บอกแล้วครับว่าความเฟมินิสต์ หญิงบาบิปรายตามองผมเล็กน้อยก่อนจะถลกแขนเสื้อขึ้นให้เห็นกล้ามแขนที่ผ่านการออกกำลังกายมาเป็นอย่างดี

 

                ในอนาคตอันใกล้นี้ผมต้องโดนหญิงบาบิซ้อมถ้าขัดใจแน่ๆเลยครับ แง ท่านพ่อช่วยลูกด้วย

 

                ชายออบลุกขึ้นยืน จัดเสื้อให้เรียบร้อยก่อนจะเดินมากระซิบข้างหูผม

 

                "แฮฟอะกู๊ดไทม์ ซียู ~"

 

                แหม.. แค่จะถูกส่งไปอยู่ลอนเดิ้นปีหน้าแค่นี้มันถึงกับกระแดะพูดไทยคำอังกฤษคำ

 

                ผมเบะปากใส่มันด้วยความบอริ่ง ฮึ ไอ้กระแดะ

 

 

 

                น้องหญิงบาบิมองผมด้วยสายตาเรียบเฉย ผมตัวเย็นวาบตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ทว่ายังไม่ทันได้มีปฏิกิริยาอะไรกลับไปมิสปังรตีก็พุ่งผ่านหน้าผมด้วยความเร็วเหมือนผีพุ่งไต้เข้าไปนั่งจับมือหญิงบาบิอยู่ในศาลาริมน้ำ

 

                "โอ้มายบ๊าบิ!"

 

                เอิ่ม... แล้วคุณหญิงแม่ของผมไปนั่งข้างๆน้องหญิงบาบิตั้งแต่เมื่อไรกันครับ

 

                "หญิงบาบิจ้ะ คุณหญิงแม่ไปดูฤกษ์มาแล้วนะ พระท่านว่าหมั้นเดือนหน้าแต่งเดือนสิบเลยนะจ๊ะฤกษ์ดี๊ดี อิสสะเวรี่เวรี่เวรี่กึ้ดเลยล่ะจ้า" เสียงหัวเราะดังขึ้นอีกหน ผมอยากบ้ากับคุณหญิงแม่ทั้งสองมากครับตอนนี้

 

                หญิงบาบิมองมิสทีคุณหญิงแม่ผมทีก่อนจะเอ่ยด้วยเสียงทุ้มต่ำใกล้เคียงกับเสียงมิสปังรตี

 

                "ไอเซย์โน อิสมีนโน!"

 

                อาห์... นี่คือผลของการส่งลูกสาวไปเรียนแพรีสตั้งแต่เริ่มเข้ามัธยมครับ มิสไม่ยอมให้ลูกสาวพูดภาษาไทยแบบยาวๆกับมิสเด็ดขาด มิสบอกว่ามันไม่ยูนีค(คึ)

                 

                "วาย?!" มิสเริ่มเม้งแตกแล้วครับ คุณหญิงแม่ของผมก็ด้วย ผมถูกสั่งให้เข้ามาในศาลานั่งฝั่งตรงข้ามน้องหญิงบาบิอย่างเจี๋ยมเจี้ยม

 

                "ทำไมล่ะคะลูกหญิงบาบิ มอมมี่ไม่อันเดอร์สแตนด์ ลูกหญิงบาบิทำไมดื้อกับมอมมี่" เอามือทาบอกโวยวายเสียงต่ำ หญิงบาบิจิกตามองผมก่อนจะตอบมิสทั้งที่ยังจ้องผมไม่วางตา

 

                "ฮีอิสมายบราเธอร์ น็อทมายบอยเฟรนด์!"

 

                เหมือนเมฆค่อยๆแง้มให้แสงแดดสาดส่องลงมากลางใจผม มิสรักน้องหญิงบาบิมาก มิสต้องยอมทำตามใจน้องหญิงแน่ๆ

 

                "บัทมอมมี่ด๊นแคร์!"

 

                อ้าว ไหงงี้ล่ะครับมิส

 

                "มอมมี่จะให้ชายฮันบินเป็นฮัสแบนด์ของลูกหญิงบาบิ มอมมี่ให้ช่างตัดชุดหมั้นไว้ให้แล้ว ยังไงลูกหญิงบาบิก็ต้องทำตามที่มอมมี่สั่ง ดูยูอันเดอร์สแตนด์?!"

 

                "โนเวย์!"

 

                ทันทีที่ได้ยินคำนั้นมิสก็สะดุ้งเฮือก น้ำตาค่อยๆเอ่อคลอหน่วยตาก่อนที่มิสจะควักผ้าเช็ดหน้าสีขาวชายลูกไม้ปักลายทิกเกอร์ตัวเล็กๆไว้ที่มุมบนขวาขึ้นมาซับน้ำตาแล้วร้องไห้โฮ

 

                "มอมมี่ฟีลเวรี่เวรี่แบดดดด! คุณหญิงจียงดูสิคะลูกหญิงบาบิเมคมีคราย ฮือออออออออออ"

 

                คุณหญิงแม่ของผมถลาเข้าไปกอดมิสแนบแน่น น้องหญิงบาบิลุกขึ้นกอดอกยืนหันหลังให้ผมบดบังทัศนียภาพตรงหน้าจนผมต้องเอี้ยวตัวถึงจะมองเห็นพ้นกล้ามแขนของหญิงบาบิได้

 

                "มอมมี่เก็ตเฮิร์ท มอมมี่คราย ฮืออออออออออออออ" ผ้าเช็ดหน้าสีขาวชายลูกไม้ปักลายทิกเกอร์ตัวเล็กๆไว้ที่มุมบนขวาของมิสชุ่มไปด้วยน้ำตา คุณหญิงแม่ของผมทั้งปลอบทั้งโอ๋ ผมล่ะอยากรู้จริงๆว่าสมัยเรียนนี่คบกันรอดได้ยังไงแปลกทั้งคู่ขนาดนี้

 

                ผ่านไปสิบนาทีมิสก็ยังสติลครายอิ้ง ผมทนไม่ไหวเลยลุกไปสะกิดแขนน้องหญิงบาบิ

 

                "ยอมทำบังหน้าไปก่อนก็ได้นะจ๊ะ คือ..พี่กลัวกล่องเสียงมิสจะพังเสียก่อน"

 

                มิสร้องไห้สะอึกสะอื้น น้องหญิงบาบิเม้มปากนิ่งคิดครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยเสียงต่ำ(มาก)

 

                "หญิงหมั้นก็ได้"

 

                น้ำตาของมิสหยุดไหลเหมือนไม่ได้จ่ายค่าน้ำมาสามเดือน

 

                "จะ.. จริงนะคะหญิงบาบิ" คุณหญิงแม่ของผมถามแทน น้องหญิงบาบิหน้าหงิกแต่ก็ยอมพยักหน้ายืนยัน

 

                "โฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ" มิสปล่อยโฮออกมาอีกหน คราวนี้พ่วงเสียงร้องไห้ของคุณหญิงแม่ผมเข้าไปด้วย สองคุณหญิงกอดกันร้องไห้ด้วยความปลื้มปิติยินดีที่ได้เห็นลูกสาวลูกชายกำลังจะเข้าพิธีวิวาห์เป็นฝั่งเป็นฝาเป็นทองแผ่นเดียวกัน

 

                น้องหญิงบาบิถอนหายใจมองแบบเคืองๆ ผมยิ้มแหยๆก่อนจะหันขวับเพราะได้ยินเสียงท่านชายฮิมชาร์ล

 

                "อ้าว ทำไมมาร้องไห้กันอยู่ตรงนี้ล่ะ"

 

                "ก็ดิฉันรู้สึกเวรี่แฮปปี้นี่คะ ดิฉันจะจัดปาร์ตี้ที่เรส'รองค์ของคุณยางเย็นนี้ฉลองที่ลูกหญิงบาบิกับชายฮันบินกำลังจะหมั้นกัน โฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ" คุณหญิงแม่ของผมประคองมิสให้ลุกขึ้นยืน พาเพื่อนรักที่ยังร้องไห้ไม่หยุดกลับเข้าไปในวังพร้อมท่านชาย

 

                หญิงบาบิเก็บกระดานหมากรุกเสียงปึงปัง หนีบกระดานไว้ด้วยแขนข้างหนึ่งจิกตาใส่ผมแล้วสะบัดค้อนเดินกระแทกเท้ากลับเข้าวังไปอีกคน

 

                ผมเกลียดสีหน้าชื่นมื่นของชายแทฮยอนจนแทบจะกระโดดถีบตอนที่มันเดินเข้ามาตบบ่า

 

                "งานนี้สนุกแน่เลยว่ะ กว่าจะถึงเดือนสิบมีหวังคุณแม่ปล่อยโฮวันละร้อยรอบ"

 

                "คอยให้ถึงคราวแกกับพี่หญิงมินนี่เถอะ" ผมขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน เอาศอกถองเมื่อชายแทฮยอนหัวเราะเสียงดังท่าทางไม่ทุกข์ไม่ร้อนจนผมหมั่นไส้

 

 

                "โฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ คุณหญิงขา"

 

                "ขามิสปังรตี โฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ"

 

 

 

                แต่ใครก็ได้ช่วยไปบอกคุณหญิงแม่ของผมกับมิสปังรตีหยุดร้องไห้เสียทีเถอะครับ

 

 

 

                ผมเริ่มอยากจะคราย T______________T

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

END.

------------------------------------------------------------

คือบับ... ชื่อเรื่องก็บอกอยู่แล้วว่ามิสปังรตี 555555555555555555555555555555555

ไม่ไหว เขียนไปอยากครายไปมาก ถ้ามิสปังรตีจะเป็นแบบนี้นะคะนะ

เป็นความผิดของปังล้วนๆที่ทำตัวน่ารักจนต้องกลายเป็นมิสปังรตี

 


ปล. แถมรูปมิสปังรตีและท่านชายฮิมชาร์ล 

 




 

และชายฮันบินกับน้องหญิงบาบิ 555555555555555555

 





 

enjoy reading ค่ะ ><