Fic2PM-Too-Different

Title: บทที่ 3 : แสนคำนึง

Pairing : TaecKhun

Author : tictoc13

Rating : PG-13

Author note : เรื่องราวทั้งหมดเป็นเพียงสิ่งสมมุติขึ้นมา โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน 

 

 

 


                 

                รองเท้าหนังสีน้ำตาลเข้มเหยียบลงบนพื้นหญ้า หยดน้ำฝนยังเกาะพราวอยู่ตามใบหญ้าแต่ละใบ ดินอ่อนนุ่มเพราะชุ่มน้ำ แม้จะเดินลำบากไปหน่อยแต่ก็นับว่าเป็นการดีมากกว่าเพราะช่วยลดเสียงฝีเท้าลงได้อีกเป็นกอง

 

                ใบหน้าคมคายระบายยิ้มเอ็นดูเมื่อเห็นร่างบางนั่งอ่านหนังสืออยู่บนม้านั่งอย่างตั้งอกตั้งใจ แทคยอนสั่งเขาให้มาคอยจับตาดูจุนซูแทน อันที่จริงถึงไม่สั่งเขาก็เต็มใจมาเอง ดวงหน้าหวาน นัยน์ตาเรียวสวย ผิวพรรณขาวผุดผ่องอ่อนละมุนตรึงตาตรึงใจเขาตั้งแต่วันแรกที่พบเห็น

 

                ความจริงต้องขอบใจแทคยอนด้วยซ้ำที่ลากเขามาหาร่างเล็กนี้บ่อยๆ

 

                ผ่านไปหลายสัปดาห์นับแต่วันที่แทคยอนทราบว่านิชคุณคือลูกของหนุมาน พญาวานรหัวดื้อหนีหายออกจากแดนมนุษย์เพื่อกลับไปยังกรุงชมพู ครั้นจะถามว่าไปทำอะไรก็เหมือนเอาน้ำรดท่อนไม้ ไม่ยอมปริปากบอกสักคำเลยได้แต่ปล่อยไป

 

                ร่างสูงยืนพิงต้นไม้พลางลอบมองคนตัวเล็กอยู่ไกลๆ อยากเข้าใกล้มากกว่านี้ทว่าคงทำได้ยากเพราะนิชคุณนั่งอยู่ด้วย แววตาของนิชคุณยามจ้องมองจุนซูช่างคล้ายคลึงกับแววตาของหนุมานยิ่งนัก หลานเขาได้สายตาเจ้าชู้จากพ่อมาเต็มๆ

 

                อุตส่าห์ถ่อสังขารไปถึงกรุงนพบุรีแต่ก็พบเพียงอสุรผัดหาได้พบเจ้าตัวดีที่ต้องการไม่ จึงต้องหอบร่างกลับมายังเมืองมนุษย์แล้วคอยสอดแนมนิชคุณจุนซูดังเดิม

 

                โทรศัพท์ในกระเป๋าสั่นบอกให้รู้ว่ามีสายเรียกเข้า ชานซองหยิบขึ้นมาดูแล้วอมยิ้ม กดรับสายก่อนจะเอ่ยกระเซ้าสหายตามวิสัย

 

                "ว่าไงแทค กรุงชมพูมีสัญญาณโทรศัพท์ด้วยหรือไฮโซจริง"

 

                'ฉันกลับมาเมืองมนุษย์แล้ว' ปลายสายตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงไม่ใคร่สู้ดีนัก  ชานซองขมวดคิ้ว

 

                "ทำไมทำเสียงแบบนั้นวะ เกิดอะไรขึ้นหรือ"

 

                'แกอยู่ที่ไหน'

 

                "มหาวิทยาลัยของนิชคุณ.....อ้าวแทค เฮ้ยอ๊คแทคยอน!" โวยวายเมื่อจู่ๆแทคยอนก็ตัดสายไป  ชานซองมองโทรศัพท์ที่ตอนนี้หน้าจอกลายเป็นสีดำสนิทตามเดิมด้วยความงุนงง นับวันแทคยอนยิ่งทำตัวเหมือนคนบ้าจนเขาตามอารมณ์ไม่ทัน

 

                ควันบุหรี่สีเทาหม่นล่องลอยอยู่ในอากาศ ร่างสูงเผยอริมฝีปากปล่อยกลุ่มควันสีทึมออกมาจากริมฝีปากช้าๆ สายตาจับจ้องนิชคุณและจุนซูที่ยังคงนั่งอยู่ที่เดิม

               

                นิชคุณขยับเข้าไปใกล้จุนซูพร้อมฉกริมฝีปากกับแก้มนวลทำเอาคนถูกขโมยหอมหน้าแดงก่ำ เอามือปิดแก้มพลางทุบแขนคนรักเป็นพัลวัน แว่วเสียงหัวเราะดังมาถึงที่ที่ชานซองยืนอยู่

 

                พญาไวยวงศามหาสุรเดชผู้ร้างบัลลังก์มาเนิ่นนานกระตุกยิ้ม กิริยาของจุนซูชวนให้เขานึกถึงใครบางคนเมื่อก่อนกาล ใครคนหนึ่งที่แก่นแก้วเสียจนพระบิดาต้องกุมพระเศียร

 

                ร่างบอบบางสะบัดหนีคนรักอย่างแง่งอน  ร้อนถึงชายหนุ่มต้องตระคองกอดไว้แนบอกหยอกเย้าจนหายโกรธท่ามกลางสายลมและความสงบเงียบเป็นพยาน

 

                คล้ายคลึงเสียจนนึกว่าตนกำลังเฝ้ามองภาพในอดีต ความรื่นรมย์เลือนหายเหลือเพียงรสขมปร่าเฝื่อนใจเสียจนต้องเบือนหน้าหนี ไม่อยากมองภาพนั้นอีกแม้แต่วินาทีเดียว

 

                สายลมหยุดนิ่งเหลือเพียงมวลอากาศอบอวล มวลอารมณ์แทรกซ้อนในกายมากหลาย ควันบุหรี่สีเทาจางโอบล้อมใบหน้าหล่อเหลาเอาไว้ก่อนที่เจ้าตัวจะดึงบุหรี่ออกจากปาก พินิจมันด้วยสายตาเย็นชา กลุ่มก้อนนิโคตินค่อยๆจางหายไป

 

                บุหรี่กระเด็นจากปลายนิ้ว มอดไหม้เป็นจุณก่อนจะตกถึงพื้น นัยน์ตาคมมองละอองเถ้าปะปนกับมวลอากาศด้วยสีหน้าเรียบเฉยก่อนจะหันหลังเดินจากไป

 

                แลมโบกินี่สีเลือดนกพิราบแล่นออกจากหน้าตึกคณะเภสัชศาสตร์ด้วยความเร็วสูง ทว่ากลับเงียบเสียจนแทบไม่ได้ยินเสียงเครื่องยนต์