[SF-BTS] Rain sound (V x Suga)

posted on 08 Oct 2016 23:38 by tictoc13 in SF-BTS

Title: Rain sound

Pairing : V x Suga

Author : tictoc13

Rating : PG-13

Author note : เรื่องราวทั้งหมดเป็นเพียงเหตุการณ์ที่สมมุติขึ้นมา

 

 

 

 

 

 

                คืนนี้ฝนตกหนัก ผมเดินกลับบ้านหลังจากลงทุนกางร่มเดินฝ่าฝนออกมายังร้านสะดวกซื้อกลางดึก  ตีสองกว่าแล้ว..นอกจากเสียงฝนแล้วรอบข้างผมก็ไม่มีเสียงใดอีก

 

 

                ผมล้วงกระเป๋าเสื้อกางเกงหยิบกุญแจบ้านมาถือ ทว่าเมื่อถึงหน้าบ้านผมก็มีอันต้องหยุดชะงัก

 

 

                "ยุนกิ.."

 

 

                ลูกแมวสีขาวตัวเปียกปอนนั่งตัวสั่นอยู่หน้ารั้วบ้านผม

 

 

                ผมสีดำสนิทลู่ลงแนบแก้มขาวซีด  แม้ตัวจะนั่งขดแต่มือกลับถือมีดทำครัวอันหนึ่งเอาไว้  รอยเลือดที่เลอะเปรอะเสื้อของเจ้าตัวบอกให้ผมรู้ว่าก่อนหน้านี้มีดเล่มนั้นต้องเคยมีเลือดติดอยู่อย่างแน่นอน หยาดน้ำจากฟากฟ้าคงชะล้างมันออกไปในระหว่างที่ร่างเล็กถือมันเดินไปมา

 

 

                ยุนกิจ้องมองผมที่ยืนถือร่มด้วยสายตาพรั่นพรึง

 

 

                ผมยิ้มบางๆ

 

 

                "เข้ามาในบ้านก่อนสิ"

 

 

                ร่างเล็กยังคงไม่ขยับ ผมก้าวเข้าไปใกล้อีกนิดพลางคิดว่าจะโดนมีดเสียบเข้าที่ท้องหรือเปล่า

 

 

                ผมกับยุนกิเล่นสงครามจิตกันอยู่พักใหญ่ก่อนที่อีกฝ่ายจะค่อยๆลุกขึ้นและขยับออกจากห่างประตูรั้ว ผมไขกุญแจเปิดรั้วแล้วหันมาบอกอีกครั้ง

 

 

                "ข้างนอกฝนตกหนักนะ"

 

 

                แม้แววตาจะยังหวาดกลัว แต่แมวสีขาวตัวเปียกปอนก็เดินตามผมเข้ามาในบ้านจนได้

 

 

 

 

 

                ผมเดินเข้าไปในห้องนอน หยิบผ้าขนหนูออกมายื่นให้ยุนกิ อีกฝ่ายรับมันมาถือไว้โดยไม่พูดอะไร มืออีกข้างยังกำมีดแน่นไม่ยอมปล่อย  ผมเหลือบตามองมีดก่อนจะเดินไปส่องหน้าบ้านว่ามีคนมาป้วนเปี้ยนหรือไม่

 

 

                "ไม่มีใครตามมาหรอก วางมีดลงเถอะ" ผมหันไปบอกเขาพลางเปิดสัญญาณกันขโมย  ร่างเล็กมองผมอย่างชั่งใจ เขาค่อยๆวางมีดลงกับพื้นแล้วยืนกำผ้าขนหนูเอาไว้แทน

 

 

                "มัน..ตายแล้ว..." ริมฝีปากสีซีดพึมพำ  ผมแสร้งทำเป็นไม่ได้ยินที่เขาพูด

 

 

                "มันตายแล้ว" ร่างเล็กเอ่ยขึ้นอีกครั้ง "ผมแทงมัน.. เลือดของมันไหลออกมาเต็มไปหมด มัน..มันต้องตายแล้วแน่ๆเลย"

 

 

                ผมขยับเข้าไปใกล้ ฉวยผ้าขนหนูจากมือขาวมาเช็ดหน้าเช็ดตาให้ร่างเล็กเสียเอง ผมกำลังรอให้เขาอธิบายความกระจ่างแก่ผมมากกว่านี้

 

 

                "มันเล่นตุกติก" เสียงนั้นเบาจนแทบกลายเป็นเสียงกระซิบ "มันบอกว่าแค่เอายาไปส่งก็พอ แต่มันแอบขายผมให้พวกนั้น ผมหนีมาได้แล้วก็กลับไปหามัน.."

 

 

                "แล้วก็เลยแทงเขาใช่ไหม"

 

 

                ร่างเล็กพยักหน้า

 

 

                "กลัวใช่ไหม"

 

 

                ร่างเล็กพยักหน้าอีกครั้ง

 

 

                "งั้นคืนนี้นอนค้างที่นี่ก็ได้  ฝนตกหนักขนาดนี้ขืนนายตากฝนกลับไปอีกมีหวังจับไข้แน่ นอนที่นี่แหละ ห้องว่างก็มี" ผมพูดพลางคลี่ผ้าขนหนูคลุมไหล่เล็กเอาไว้ "ไปอาบน้ำเถอะ ชุดนี้ก็ทิ้งไปซะ"

 

 

                หลังยืนอิดออดอยู่พักใหญ่ยุนกิก็ยอมไปอาบน้ำ ส่วนผมเดินเข้าครัวเตรียมอาหารเย็นไว้ให้คนตัวเล็กกินหลังอาบน้ำเสร็จ คำพูดของยุนกิยังคงวิ่งวนอยู่ในหัวเหมือนแผ่นเสียงที่ถูกเปิดฟังซ้ำๆไม่รู้จบ

 

 

                ยุนกิก็เหมือนเด็กคนอื่นในย่านหลังเมือง  กำพร้าพ่อ มีพี่น้องต่างพ่อมากมายเพราะแม่ไม่คุมกำเนิด มีพ่อเลี้ยงหลายคนเพราะแม่ขยันแต่งงานใหม่แทบทุกปี ผมเลือกไปเปิดคลินิกอยู่ในละแวกนั้นเพราะอยากช่วยเหลือเด็กพวกนี้  แม้จะเป็นเยาวชนแต่พวกเขาก็เติบโตขึ้นมาในสังคมที่คนเมืองส่วนใหญ่แทบไม่เคยเห็น การพนัน ยาเสพติด การทะเลาะวิวาทคือสิ่งที่เห็นได้ทั่วไป ผิดกับในเมืองอันเต็มไปด้วยความสงบสุขและแสงสี

 

 

                ทุกครั้งที่ยุนกิมีเรื่องทะเลาะวิวาทหรือถูกทำร้ายยุนกิก็จะมาหาผมที่คลินิกเพื่อให้ผมทำแผลให้  ถ้าผมจำไม่ผิดยุนกิอายุราวๆสิบแปดหรือไม่ก็สิบเก้าปี  ครั้งแรกที่ผมเห็นยุนกิคือยุนกิถูกเพื่อนหิ้วปีกมาหาผมพร้อมกับแผลถูกยิง  ถึงตัวจะเล็กแต่เรื่องความห้าวและเลือดร้อนนั้นยุนกิไม่เป็นสองรองใคร

 

 

                ผมชอบแมวแต่ไม่มีโอกาสได้เลี้ยงแมวเพราะอยู่ในย่านที่ไม่เหมาะแก่การเลี้ยงสัตว์เท่าไรนัก  แววตาของยุนกิทำให้ผมนึกถึงแมวแสนดื้อรั้นที่ลึกๆแล้วก็หวังจะได้ความรักความเอาใจใส่จากผู้อื่น 

 

 

                แมวมีนิสัยชอบเอาแต่ใจ ยุนกิเองก็เช่นกัน  แมวสีขาวแสนดื้อนี้มักจะหายตัวไปแล้วก็กลับมาหาผมในสภาพขะมุกขะมอม ขนยุ่งเหยิงและมีบาดแผล  ร้อนถึงผมต้องมาทำแผลให้เสียทุกครั้ง

 

 

                ไม่บ่อยนักที่ยุนกิจะมาหาผมที่บ้าน ยุนกิคือคนเดียวที่รู้ว่าบ้านของผมอยู่ที่ไหน ผมซื้อบ้านอยู่ห่างจากคลินิกมากพอสมควร กว่าจะมาถึงบ้านก็ใช้เวลานาน ด้วยสภาพเสื้อผ้าเปื้อนเลือดและมือถือมีดเช่นนั้นชวนให้ผมสงสัยว่ายุนกิเดินทางมาหาผมด้วยวิธีใดกันแน่

 

 

                ผมผัดข้าวผัดเสร็จพอดีกับที่ยุนกิเดินเข้ามาในครัว  ร่างเล็กสวมเสื้อผ้าชุดใหม่เรียบร้อยแล้ว  ผมคงต้องเอาชุดเก่าของยุนกิไปเผาเพื่อทำลายหลักฐาน เดี๋ยวนี้ตำรวจหูไวตาไว  การไม่ประมาทน่าจะเป็นหนทางที่ดีที่สุด

 

 

                "อาบน้ำเสร็จแล้ว" ยุนกิเอ่ย  ผมตักข้าวผัดใส่จานก่อนจะยื่นให้คนตัวเล็ก

 

 

                "นั่งกินข้าวรอก่อนนะเดี๋ยวฉันมา"

 

 

                "จะไปไหน.."

 

 

                "อยู่แถวนี้แหละไม่ไปไหนหรอก รอแป๊บนึงนะครับ"

 

 

                ยุนกิมีท่าทีลังเลแต่แล้วก็รับจานข้าวผัดไปนั่งกินที่โต๊ะอาหารอย่างเงียบๆ  ผมถอดผ้ากันเปื้อนพาดไว้บนพนักเก้าอี้แล้วเดินตรงไปยังห้องน้ำ หยิบเสื้อผ้าชุดเก่าของยุนกิออกจากตะกร้า ยัดใส่ในถุงกระดาษก่อนเดินออกไปที่เตาเผาขยะหลังบ้าน โชคดีที่ผมทำหลังคาคลุมเตาไว้ไม่อย่างนั้นคงจุดเตาในสภาพฝนตกหนักเช่นนี้ไม่ได้แน่ แต่ก็ถือเป็นเรื่องดี เสียงฝนตกและกลิ่นของฝนจะช่วยอำพรางสิ่งที่ผมกำลังจะลงมือทำ

 

 

                หลังจากเผาเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้วผมก็พายุนกิเข้านอน  ร่างเล็กนอนขดเหมือนแมวอยู่บนเตียง ผมนั่งลงข้างๆ ยื่นมือไปลูบหัวเพื่อให้ยุนกิผ่อนคลาย

 

 

                ร่างเล็กค่อยๆขยับเข้ามาใกล้  ผมยิ้มเมื่อยุนกิพาดหัวลงบนตักของผม สองแขนกอดเอวผมไว้เหมือนเด็กน้อยต้องการที่พึ่ง

 

 

                "นอนนะครับเด็กดี ไม่มีใครมารบกวนได้หรอกตราบใดที่ยังอยู่ในบ้านหลังนี้"

 

 

                "มันตายแล้วใช่ไหม" ยุนกิช้อนตามองผม  นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ยุนกิทำร้ายคนอื่น แต่นี่คือครั้งแรกที่ผมเห็นยุนกิกังวลใจเรื่องคู่กรณีมากขนาดนี้ "แม่ต้องโกรธแน่เลย แม่รักมันมาก"

 

 

                คำพูดของยุนกิทำให้ผมรู้ทันทีว่าคนที่ยุนกิแทงคือพ่อเลี้ยงคนใหม่  ผมเม้มปาก ลูบหัวร่างเล็กแทนคำปลอบโยน

 

 

                "แม่ต้องโกรธแน่เลย.."

 

 

                "ไม่ต้องกังวลนะ แม่ไม่รู้หรอกว่ายุนกิเป็นคนทำ ไม่มีใครเห็นเหตุการณ์ใช่ไหม"

 

 

                "อือ ตอนนั้นอยู่ในบ้านกับมันสองคน"

 

 

                ผมกัดปาก พยายามระงับอารมณ์เอาไว้ไม่ให้คำพูดที่ไม่สมควรเล็ดลอดออกมา

 

 

                "...ยุนกิพักผ่อนก่อนดีกว่านะ ดึกแล้ว กินยาแก้ไข้ดักไว้ด้วยล่ะ"

 

 

                ยุนกิยอมกินยาที่ผมนำมาให้โดยไม่มีท่าทีอิดออดเหมือนทุกครั้ง ยุนกิเกลียดการกินยา แต่ยุนกิก็ยอมกินยาถ้าผมเป็นคนยื่นยาให้ ผมดูจนแน่ใจว่ายุนกิกลืนยาลงคอไปแล้วจึงค่อยเดินออกจากห้อง

 

 

                ผมโกหก.. นั่นไม่ใช่ยาแก้ไข้แต่คือยานอนหลับ  ผมให้ยุนกิกินยานอนหลับเพื่อความมั่นใจว่ายุนกิจะไม่ตื่นขึ้นกลางดึกในขณะที่ผมออกไปข้างนอก

 

 

                โทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงสั่นครืด  ผมหยิบมันออกมากดดูข้อความที่เพิ่งส่งเข้ามา

 

 

                ถึงแล้วสินะ...

 

 

 

 

 

                ผมเดินไปที่กรงสุนัขแล้วปล่อยเจ้าเยอรมันแชพเพิร์ดและอเมริกันพิตบูลคู่หูเฝ้ายามประจำบ้านออกมาจากห้องนอนของมัน  ผมสั่งมันนอนเฝ้าหน้าห้องนอนของยุนกิ ก่อนออกจากบ้านผมก็ไม่ลืมที่จะเปิดสัญญาณนิรภัยทิ้งเอาไว้ และไม่ลืมที่จะเช็คว่าโทรศัพท์ของผมเชื่อมต่อกับกล้องวงจรปิดภายในบ้านเรียบร้อยดีหรือเปล่า

 

 

                รถยนต์ไร้ป้ายทะเบียนติดฟิล์มมืดจอดรอผมอยู่หน้าบ้าน  ผมเปิดประตูขึ้นไปนั่งข้างคนขับ ยกฮู้ดสีเทาขึ้นมาคลุมหัวให้เรียบร้อย

 

 

                "เจอแล้วใช่ไหมไอ้คนที่ยุนกิไปส่งยาให้เมื่อเย็นน่ะ"

 

 

                "ได้ชื่อกับที่อยู่มาแล้ว ตอนนี้มีคนจับตาดูให้อยู่ ไปจัดการเลยไหม"

 

 

                "รวดเร็วสมกับเป็นนายนะจีซู"

 

 

                 จีซูหัวเราะ ดวงตากระทบแสงไฟแวววาวเหมือนนัยน์ตาของเสือดาวนักล่าเหยื่อยามค่ำคืน

 

 

                "เรียกว่าฟลุคดีกว่า จองฮันกำลังอยากได้หัวมันอยู่พอดี"

 

 

                "มันกับลูกน้องมันเล่นตุกติกกับฉันเมื่อวันก่อน" เสียงจองฮันดังขึ้นจากเบาะหลัง "โดนซุกยาไปหลายเม็ดเลยล่ะนายรู้ไหม หงุดหงิดเป็นบ้าเลย"

 

 

                ผมกระตุกยิ้ม ลำพังจีซูกับผมก็จัดการมันได้สบายๆ แต่มีจองฮันมาด้วยแบบนี้ผมคงไม่ต้องลงมือเอง ซึ่งก็ดีเพราะผมไม่อยากให้เสื้อผ้าของผมเปื้อนเลือดเท่าไร เกิดยุนกิตื่นมาเห็นสภาพผมตอนกลับบ้านแล้วจะเกิดคำถามให้ต้องหาข้อแก้ตัวอีก

 

 

                "งั้นก็ออกรถได้เลย"

 

 

                จีซูสตาร์ทรถขับออกไปตามที่ผมบอก  จากบ้านของผมไปยังแหล่งกบดานของมันค่อนข้างไกลพอสมควร ผมได้แต่หวังว่ามันจะไม่เสพย์ยาจนเมาแอ๋ไปเสียก่อนที่ผมจะจัดการมัน  ผมอยากฟังมันสารภาพออกมาว่ามันทำอะไรยุนกิก่อนที่ยุนกิจะหนีออกมาหรือเปล่า และแน่นอนว่าผมจะต้องห้ามจองฮันไม่ให้ตัดลิ้นมันจนกว่ามันจะสารภาพจนหมดเปลือก

 

 

                แมวเป็นสัตว์รักอิสระ แต่ถึงกระนั้นแมวก็ยังกลับบ้านและต้องการที่พักพิงในยามเหนื่อยล้าหรือบาดเจ็บ  ยุนกิเองก็ด้วย  บ้านของผมคือที่พักพิงของยุนกิ และผมก็คือที่พักพิงของยุนกิเช่นกัน

 

 

                "นี่รายที่สี่แล้วนะ ทำไมนายต้องตามกำจัดทุกคนที่ทำไม่ดีกับเด็กนั่นด้วยล่ะแทฮยอง ไหนบอกว่าจะวางมือไปเป็นหมอรักษาคนอย่างเดียวแล้วไง" จองฮันเอามือเกาะเบาะขยับเข้ามาถาม  ผมแสยะยิ้ม มองเพื่อนคู่ใจสีดำสนิทที่ผมกลับมาจับมันอีกครั้งหลังจากได้พบกับยุนกิ

               

 

                "เพราะฉันเป็นคนรักแมวยังไงล่ะ"

 

 

                จองฮันทำหน้างง  ผมหันไปเคาะหัวจองฮันเบาๆอย่างนึกขำ

 

 

                "ก็เหมือนที่จีซูรักเด็กขี้โกงเอาแต่ใจแบบนายนั่นล่ะน่า"

 

 

                "ฉันเป็นคนซื่อตรงซื้อมาขายไปเว้ย"

 

 

                จองฮันโวยวาย  ผมหันกลับมามองถนนตรงหน้าตามเดิม จีซูหัวเราะชอบใจที่เห็นผมต่อปากต่อคำกับจองฮัน ผมปล่อยให้จองฮันกลับไปนั่งกอดอกงอนตุ๊บป่องอยู่เบาะหลังตามเดิม

 

 

                ฝนพร่างพรำลงมาไม่ขาดสาย ฟ้าแลบแปลบปลาบก่อนจะตามด้วยเสียงครางครืนดั่งคำพิพากษาโทษจากฟากฟ้า  ผมจุดบุหรี่ไฟฟ้าสูบ โชคดีเหลือเกินที่วันนี้ฝนตกหนัก

 

 

                เสียงฟ้าร้องคงจะช่วยบดบังเสียงกรีดร้องและสายน้ำคงจะช่วยชะล้างคราบเลือดได้เป็นอย่างดี

               

 

 

 

 

 

               

 

               

               

               

 

 

END.

 

 

อา.... /ลูบหน้า

 

 

อิมเมจแทแทในอัลบั้มนี้ช่างมาทางสายมืดเหลือเกินค่ะ พฮือ มืดจนหวั่นไหว มืดจนอยากยกยุนกิจังให้ มืดจ๊น

 

 

แล้วเจอกันที่แท็ก #ฟิคบังทันตตสส นะคะ

 

 

 

enjoy reading ค่ะ

               

 

               

               

               

               

               

               

 

 

               

 

 

               

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet