Warnning ~*
 
ปกติไม่ทำอะไรลงบล็อคนี้เท่าไร(นอกจากฟิค)
แต่ไปเจองานที่เคยเขียนไว้เมื่อสามปีก่อนเลยเอามาลง
 
ปล. เค้าไม่ม้านะตัว และสำนักพิมพ์นี้ก็ปิดตัวไปแล้วอย่างน่าเสียดาย
แต่ถ้าเจอหนังสืออยู่ ไปจกหามาอ่านกันเถอะ เราชอบมาก ><
 
ปลล.มันคือการสปอยล์เนื้อหาอย่างมาก ใครมิชอบการสปอยล์จงปิดไปเสีย
 
 
--------------------------------------------------
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
"Fingersmith” เล่ห์รักนักล้วง 
 
นวนิยายแปล ผลงานของ ซาราห์ วอเตอรส์ 
แปลโดย นันทวัน เติมแสงสิริศักดิ์ 

 
 


ฟิงเกอร์ สมิธ เป็นเรื่องราวของคนสามคนซึ่งมีชีวิตที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง คนหนึ่งคือเด็กสาวกำพร้าวัยสิบเจ็ดปีผู้เติบโตมากับบ้านที่เรียกกันว่าซ่องโจรในกรุงลอนดอน อีกหนึ่งคือชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา สุภาพบุรุษผู้พิชิตใจสาวๆทว่าเนื้อในแล้วคือนักต้มตุ๋นตัวฉกาจ อีกหนึ่งคือเด็กสาวผู้โดดเดี่ยวอยู่ในคฤหาสน์หลังใหญ่แถบชนบท หน้าที่สำคัญคือการเป็นเลขานุการให้ลุงของตนเอง 


เรื่องราวทั้งหมดอุบัติขึ้นเมื่อวันหนึ่ง ‘เจนเทิลแมน’ ได้เดินทางมายังบ้านโจรของ ‘ซูซาน ทรินเดอร์’ เพื่อติดต่อให้ซูซาน นักล้วงกระเป๋าตัวฉกาจ ไปเป็นนางนกต่อคอยช่วยเหลือตนในภารกิจต้มตุ๋นครั้งยิ่งใหญ่ ซึ่งเหยื่อในครั้งนี้ก็คือ ‘โมด ลิลลี’ เพชรเม็ดงามแห่งป่าลึก ค่าตอบแทนที่จะได้รับกลับคืนมานั้นไม่น้อยเลยทีเดียว มีหรือที่หัวขโมยสาวจะไม่ตอบตกลง 
 

ทว่าเรื่องทุกอย่างกลับไม่เป็นไปอย่างที่หวัง เหตุการณ์พลิกกลับตาลปัตรจากหน้ามือกลายเป็นหลังมือ ความจริงที่ถูกปิดบังไว้มากว่าสิบเจ็ดปีค่อยๆเปิดเผยเรื่องราวในอดีตอันไม่น่าจดจำออกมาทีละนิดผ่านความเจ็บปวดทางจิตใจของโมดและซูซาน คนที่คิดว่ารักตนที่สุดกลับทรยศหักหลังกันอย่างแนบเนียน ชีวิตของตนเองที่ผ่านมากลับไม่ใช่ชีวิตตนอย่างแท้จริง ท่ามกลางความสับสนวุ่นวาย ความลับได้ถูกเปิดเผยด้วยกระดาษเพียงแผ่นเดียวและชีวิตของคนหนึ่งคน 


ฟิงเกอร์ สมิธ มีกลวิธีการเล่าเรื่องโดยใช้สรรพนามบุรุษที่หนึ่งเป็นผู้บอกเล่าเหตุการณ์ เนื้อเรื่องแบ่งออกเป็นสามภาค ภาคที่หนึ่งและสามมีซูซานเป็นผู้เล่าเรื่อง ส่วนภาคที่สองนั้นโมดเป็นผู้บอกเล่าเรื่องราว เนื้อเรื่องตัดสลับฉากไปมาระหว่างคนสองคนซึ่งมีความคิดและภูมิหลังที่แตกต่างกัน 
 

ซาราห์ วอเตอรส์ ได้นำเสนอภาพของคนในสังคมอีกสังคมหนึ่งซึ่งถูกตราหน้าว่าเป็นคนไม่ดีแต่ในความจริงแล้วกลับมีความดีหลงเหลืออยู่ ความมั่งมี ความหรูหรา อาภรณ์ที่สวมใส่เป็นเพียงฉากหน้าของมนุษย์ที่เราไม่อาจทราบได้เลยว่าเนื้อแท้ของคนๆนั้นเป็นอย่างไร
 
 
สีหน้าที่แสดงออก ดวงตาที่บอกความรู้สึกทุกสิ่งกลับไม่บอกเล่าเรื่องราวอันแสนขมขื่นออกมาเลยสักนิด มีเพียงหน้ากากเคลือบปกปิดความจริงเอาไว้ การกระทำอันแสนอ่อนหวานกลับกลายเป็นพิษขมร้ายแรงจนแทบพรากวิญญาณไปจากร่าง ความไว้เนื้อเชื่อใจและการทรยศห่างกันเพียงเส้นบางขวางกั้น สิ่งที่แสดงออกว่าทำเพื่อคนที่ตนรักนั้นแท้จริงแล้วกลับซ่อนความปรารถนาอย่างยิ่งยวดไว้ภายใน ความปรารถนาที่จะทำเพื่อให้ตนเองได้อยู่สุขสบายโดยไม่สนใจว่าวิธีการนั้นจะสร้างความเจ็บปวดให้แก่ผู้อื่นหรือใครอีกหลายคน 
 

ในขาวมีดำ ในดำมีขาว ซาราห์ วอเตอรส์ได้ซ่อนสีขาวบริสุทธิ์ไว้ภายในสีดำมืดสนิท ขณะเดียวกันก็ได้แต้มจุดดำลงบนผืนผ้าขาวสะอาด ซ่อนเร้นความรู้สึกเบื้องลึกที่ต้องปกปิด 
 

“หนังสือ” เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ซาราห์ วอเตอรส์นำมาใช้ในการผูกมัดความคิดและความรู้สึกของตัวละคร และเป็นสิ่งที่ยืนยันได้ดีว่า ฉากหน้าอันสวยงามนั้นภายในอาจจะมิได้สวยงามตามไปด้วย สิ่งที่เราเห็นว่าดีงามอาจจะซ่อนความร้ายกาจเอาไว้ชนิดที่เราคาดไม่ถึงก็เป็นได้ 
 

ความรัก ความปรารถนา ความชิงชัง คือจุดเริ่มต้นและบทสรุปของเรื่องราวทั้งหมด ผู้ดี-ผู้ร้าย คนดี-คนไม่ดี ไม่อาจตัดสินได้ด้วยตาเปล่าและการกระทำฉากหน้า เพราะเราไม่อาจล่วงรู้เลยว่าภายใต้หน้ากากปีศาจแย้มยิ้มนั้นได้ซ่อนอาวุธที่จะสังหารชีวิตเราไว้หรือไม่ 
 

ด้วยกลวิธีการเล่าเรื่องที่ซับซ้อน หักมุม ผูกปมซ่อนเงื่อน ค่อยๆคลี่คลายไปทีละจุด ก่อนจะเปิดเผยรวมเดียวในตอนสุดท้าย อีกทั้งความรู้สึกของตัวละครที่เป็นผู้ดำเนินเรื่องได้สร้างอารมณ์ให้ผู้อ่านรู้สึกคล้อยตาม ทำให้ผู้อ่านไม่คาดคิดเลยว่าท้ายที่สุดแล้วบทสรุปของเรื่องจะออกมาเป็นเช่นนี้ นับว่าฟิงเกอร์ สมิธเป็นนวนิยายแปลอีกเล่มหนึ่งที่น่าสนใจและใคร่ขอนำเสนอให้ผู้ที่ชื่นชอบการแสวงหานวนิยายแนวใหม่ๆได้สัมผัสและลิ้มลองกับรสชาติของความสับสน ความรัก ความเจ็บปวด ความชิงชัง ความเศร้าโศกอย่างที่ซูซานและโมดได้สัมผัสมาก่อนหน้านี้ 
 
 
 
-----------------------------------------

Comment

Comment:

Tweet

ยังมีหนังสือเล่มนี้อยู่ไหมคะ สนใจซื้อคะ

#3 By บังอร (110.164.246.19|110.164.246.19) on 2015-07-20 11:08

@ Viky  ขอบคุณค่า ดูแลตัวเองเช่นกันนะคะ big smile

#2 By tictoc13 on 2012-07-26 10:25

ขอบคุณสำหรับการแนะนำนะค่ะ
*_*

"สำนักพิมพ์นี้ก็ปิดตัวไปแล้วอย่างน่าเสียดาย"
หมายถึง Bliss หรือค่ะ o_O
โอ้ ม่ายน้า
วีชอบงานที่เค้าเอามาพิมพ์มากเลยน่ะ
เวลาเค้ามาเปิดบูธที่ สัปดาห์หนังสือ
ก็ตามไปหอบกันซะ โหย มีความสุขสุดๆ เลยอ่ะ
แต่ช่วงสองปีหลังนี้ ไม่ได้ไปสัปดาห์หนังสือล่ะ
(ภารกิจชีวิต รันทดมาก Y_Y)
ไม่รู้มาก่อนเลยน่ะนี้ ว่าเค้าปิดตัวแล้ว T_T
ไว้จะลองไปตามหาหนังสือเล่มนี้มาอ่านกันบ้างล่ะกันน้า

ว่าแต่ช่วงนี้อากาศไม่ค่อยดี ฝนตกเป็นฟ้ารั่วง่ะ
writer ก็รักษาสุขภาพนะคะ
//me แอบหันไปไอค๊อกแค๊ก ^_^

#1 By Viky (103.7.57.18|110.164.127.212) on 2012-07-26 07:56