[SF] Hot n Cold [1] (JunWoo)

posted on 04 Jun 2012 21:20 by tictoc13 in SF-2PM

Title : Hot n Cold  [1]
Pairing : JunWoo
Author : Kumameaw & tictoc13
Rating : PG-13
Author note : เรื่องราวและเหตุการณ์ทั้งหมดเป็นเพียงสิ่งที่สมมุติขึ้นมา

 

 

 

 

 

 

หลังจากการเดินทางอันยาวนานสิ้นสุดลง ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของซีอีโฮฮวางก็เดินผิวปากมือลากกระเป๋าเดินทางเข้ามาในตัวอาคารผู้โดยสารขาเข้าอย่างอารมณ์ดี ภายใต้กรอบแว่นสุดหรูกวาดสายตามองผู้คนเดินสวนกันไปมาในแผ่นดินเกิด

 

จางอูยอง ที่จากบ้านไปนานหลายปีเพื่อไปเรียนไฮสคูลที่อเมริกา พอปิดเทอมจึงขอกลับมาเยี่ยมบ้าน คิดถึงปะป๊ากับหม่าม๊าจะแย่ วันนี้ปะป๊ามารับไม่ได้เพราะติดเตรียมงานเปิดตัวโปรดักใหม่ที่กำลังจะมาถึง หม่าม๊าสุดที่รักจึงมารับแทน

 

ด้วยความที่หม่าม๊าไม่ชอบความวุ่นวายของคนแปลกหน้า อูยองจึงให้หม่าม๊าจอดรถรออยู่ข้างนอก ร่างเล็กเดินพ้นจากประตูของตัวอาคาร มองเห็น BMW Series 7 สีดำมันวาว จอดอยู่ ถอดแว่นกันแดดออกแล้วรีบก้าวเข้าไปหาด้วยความดีใจ

 

เปิดประตูหลัง จัดแจงโยนกระเป๋าเดินทางและเป้สะพายไว้เบาะหลัง ปิดประตูลง แล้วเปิดประตูตรงที่นั่งข้างคนขับ ปิดประตูลงแล้วโผกอดคนที่นั่งรออยู่ในนั้นทันที

 

“คิดถึงหม่าม๊าที่สุดเลย!” เพิ่มออฟชั่นเอาแก้มซุกซอกคออีกฝ่ายอย่างที่ทำเป็นประจำเป็นการปิดท้าย

 

 

 

 

อีจุนโฮเพิ่งรู้ว่าตัวเองท้องได้และมีลูกโตขนาดนี้

 

 

ร่างสูงขมวดคิ้วมองเด็กผู้ชายอายุไม่น่าเกินไฮสคูลที่ยังสติลเอาแก้มซุกคอตนเองด้วยความงุนงง ลูกเต้าเหล่าใครขาดความอบอุ่นมาจากไหนถึงได้โผเข้ามากอดเขาไว้แบบนี้ ไหนจะข้าวของกองพะเนินราวกับย้ายบ้านนั่นอีก หรือว่าไอ้เพื่อนตัวแสบของเขาแอบไปไข่ทิ้งไว้แล้วตอแหลว่าเขาเป็นแม่เด็ก

 

หรือเป็นแผนของพวกสิบแปดมงกุฏ?

 

"คุณ นี่คุณ เอาแก้มออกไปจากคอผมได้แล้ว"

 

หลังจากได้ยินเสียงอีกฝ่ายอูยองก็หยุดนิ่งทันที ร่างเล็กกระพริบตาปริบๆ ทำการประมวลผลว่า หม่าม๊าไม่ได้มีเสียงแบบนี้นี่นา เมื่อผละออกมามองก็พบผู้ชายกล้ามใหญ่ ปากหนา สวมแว่นตาดำ ใส่แจ็คเก็ตหนังสีดำอย่างกับพวกโจรลักพาตัวเด็ก!

 

“เห้ย! นี่..นี่นายเป็นใคร มาอยู่บนรถของหม่าม๊าได้ยังไง! แต่งตัวแบบนี้ไม่ใช่คนขับรถของฮวางกรุ๊ปแน่ๆ นายเป็นพวกโจรลักพาตัวเด็กใช่ไหม!!”

 

ตะโกนเสียงดังลั่นรถ พลางชี้หน้าด่าอีกคนปาวๆ อูยองผงะถอยจนแผ่นหลังติดประตูรถฝั่งข้างคนขับ

 

"ผมสิต้องถามว่าคุณเป็นใครอยู่ดีๆก็ขึ้นมานั่งบนรถผม" จุนโฮสวนกลับ เขาเพิ่งจอดรถเพื่อรอรับเพื่อนที่เดินทางกลับจากอเมริกาได้ไม่ถึงสิบนาทีเด็กคนนี้ก็เปิดประตูด้านหลังพร้อมโยนของเข้ามาก่อนจะอัญเชิญตัวเองมานั่งซุกคอเขาแบบไม่ต้องจุดธูปเรียก

 

เสียงโวยวายแหลมแสบแก้วหูทำเอาคนฟังฉุนหนักกว่าเดิม

 

หรือสนามบินอินชอนมีแจกกุมารทองฟรี? แล้วกุมารทองขี้โวยวายแบบนี้จับถ่วงน้ำได้ไหม

 

“นี่มันรถแม่ฉัน!” ตะโกนเถียงคอตั้ง นี่มันรถหม่าม๊าอูยองจำได้ ซีรี่ย์7 สีดำคันโปรดด้วย ร่างเล็กมองคนตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า แต่งตัวก็ดูดีมีฐานะ ไม่น่าเป็นโจรเลย

 

“ลงไปจากรถหม่าม๊าเดี๋ยวนี้! แล้วหม่าม๊าของฉันไปไหนเนี่ย ไอ้โจรห้าร้อย!”

 

"นี่มันรถฉัน ฉันซื้อเองจ่ายเองกับมือแล้วฉันก็ไม่ได้คลอดนายออกมาด้วย นายคิดว่าโลกใบนี้มีรถรุ่นนี้คันเดียวหรือไง" สวนกลับด้วยความหงุดหงิดแกมรำคาญ ท่าทางไม่ใช่มิจฉาชีพ น่าจะเป็นลูกคุณหนูที่ไหนสักที่มากกว่า ขี้โวยวายแล้วยังเป็นลูกแหง่ติดแม่อีก

 

คำก็หม่าม๊า สองคำก็หม่าม๊า หมอนี่ยังไม่หย่านมหรือไงกัน

 

"ถ้ามั่นใจมากว่านี่รถแม่นาย นายก็บอกมาว่ารถแม่นายทะเบียนอะไรแล้วเดินลงไปดูทะเบียนรถคันนี้ซะ"

 

ร่างเล็กเงียบลงทันที อูยองกลืนน้ำลายอึกใหญ่ กวาดมองภายในรถ ทุกอย่างเหมือนรถของหม่าม๊าหมดเลยยกเว้นกลิ่นน้ำหอมปรับอากาศที่มันแปลกๆไป

 

“ก็...ก็นี่มันรถหม่าม๊า! คุณนั่นแหละ ลงไปดูป้ายทะเบียนรถซะ” เถียงต่อไปอย่างไม่ยอมแพ้ และหายนะก็บังเกิดแก่จางอูยอง

BMW Series 7 สีดำเหมือนกันเป้ะๆที่จอดอยู่ข้างหน้า มีคนเปิดประตูลงมาและการแต่งตัวอันโดดเด่นนั่นก็ไม่ใช่ใคร ทั้งเกาหลีใต้ มีแต่หม่าม๊าของอูยองคนเดียวที่กล้าแต่งตัวแบบนั้น

 

“ม..หม่าม๊า..” มองไปหน้ารถ พร้อมเรียกแม่ตนเองด้วยน้ำเสียงที่เบา ผิดกับเมื่อครู่สุดๆ

 

เส้นเลือดตรงขมับอีจุนโฮเต้นตุบ พร้อมจะเหวี่ยงลูกคุณหนูเอาแต่ใจลงจากรถถ้าไม่ติดว่าสายตาเหลือบไปเห็นคนที่อีกฝ่ายเรียกว่าหม่าม๊าเสียก่อน เห็นแค่เสี้ยวโอเวอร์โค้ทลายเสือยังรู้เลยว่าเป็นใคร ไหนจะแหวนเพชรเม็ดเป้งส่องประกายวาววับที่นิ้วนางข้างซ้ายนั่นอีก

 

คุณคิมจุนซู.. สุดสวาทขาดใจของท่านประธานฮวางกรุ๊ป

 

แล้วเด็กนี่เรียกว่าหม่าม๊า....?

 

กวาดมองอูยองศีรษะจรดปลายเท้า มองเค้าหน้าอย่างไรก็ไม่มีส่วนเหมือนท่านประธานและคุณจุนซูสักนิดเดียว หรือหมอนี่เกิดจากดาวดวงอื่นแล้วท่านประธานไปเก็บมาเลี้ยงแบบโลกิ ณ โยธันไฮม์

 

"รู้หรือยังว่านี่รถใคร"

 

ร่างเล็กหน้าหดเหลือสองนิ้ว แต่ก็เพียงชั่วครู่ ด้วยความที่ถูกตามใจมาตั้งแต่เด็ก ไม่เคยมีใครหน้าไหนมาด่าและมองอูยองด้วยสายตาแบบนี้ คนที่อูยองจะยอมให้มีแต่หม่าม๊ากับปะป๊าเท่านั้น!

 

“รถของบริษัทเพื่อนพ่อฉัน! แล้วนายก็ไปซื้อมา” แลบลิ้นใส่ไปหนึ่งทีก่อนจะรีบแจ้นลงจากรถ

 

อูยองเปิดประตูหลัง ขนสัมภาระทุกอย่างลงมา ก่อนจะปิดประตูประชดเจ้าของรถเต็มแรง แล้วจึงวิ่งเข้าไปกอดหม่าม๊าทันที

 

ภาพการกอดแสดงความรักอันสุดแสนซาบซึ้งประทับใจเสียยิ่งกว่าพี่ธอร์คืนดีกับน้องโลกิทำเอาอีจุนโฮอดยิ้มออกมาไม่ได้ แต่ก็ยิ้มได้สองวินาทีเมื่อคนตัวเล็กที่เพิ่งกลายร่างเป็นคุณหนูของฮวางกรุ๊ปหันมาหาเขาแล้วแลบลิ้นชูนิ้วโป้งใส่ เด็กอะไรเอาแต่ใจอย่างกับเด็กอนุบาล

 

รถหรูรุ่นเจ้าปัญหาแล่นจากไปพร้อมคุณคิมจุนซูและเด็กคนนั้น ทว่าเขายังอยู่ที่เดิม ร่างสูงปรายตามองเพื่อนซี้ที่โยนข้าวของใส่เบาะหลังรถเขาเหมือนคนก่อนหน้าไม่ผิดเพี้ยน

 

MD คนโปรดของท่านฮวางชานซอง ประธานเครือฮวางกรุ๊ปหรี่ตาใส่อ๊คแทคยอน

 

"นึกว่าแกหนีตามพนักงานสายการบินที่ไหนสักแห่งไปแล้วเสียอีก มีเรื่องจะเล่าให้ฟังเว้ย"

 

เรื่องราวที่เกิดขึ้นภายในเวลาไม่กี่นาทีแต่นานเหมือนสิบปีถูกถ่ายทอดให้ฟังอย่างละเอียด ทีแรกแทคยอนทำหน้างง พอถึงกลางเรื่องเริ่มยิ้ม พอจบเรื่องก็หัวเราะลั่นรถจนจุนโฮแทบเอากระปุกลูกอมยัดปาก

 

และอีจุนโฮคงจะประสาทเสียกว่านี้ถ้ารู้ว่าวันรุ่งขึ้นจะถูกท่านประธานเรียกพบพร้อมฝากฝังหน้าที่พี่เลี้ยงเด็กเอาแต่ใจไว้กับเขาเป็นเวลาหนึ่งเดือน

 

 

 

.

.

.

 

 

 

“ไม่!!! ผมไม่ยอม!!!”

 

เสียงเล็กของคุณหนูจางอูยองดังลั่นคฤหาสน์ตระกูลฮวางในเช้าของวันถัดมา ทำเอาสาวใช้และคนงานในบ้านต่างก็สะดุ้งกันเป็นแถบๆ อูยองตวัดสายตามองผู้ชายตาตี่ที่ปะป๊าแนะนำว่าเป็น MD ของบริษัทและกำลังจะมาเป็นคนดูแลจางอูยองตลอดระยะเวลาปิดเทอมนี้ด้วย

 

นรกชัดๆ! ในเมื่ออีตาคนนี้ก็คือไอ้โจรห้าร้อยคนเมื่อวาน!

 

“หม่าม๊า ช่วยพูดกับป๊าให้หน่อยสิครับ ผมพูดเท่าไรปะป๊าก็ไม่ยอม” ลงไปนั่งกอดแขนคนเป็นแม่พลางมองหน้าคนเป็นพ่อที่ตีหน้ายักษ์อยู่โซฟาตัวถัดไป

 

“ป๊า ลูกชายของป๊าโตพอที่จะไปไหนมาไหนได้โดยที่ไม่ต้องมีพี่เลี้ยงหรือคนดูแลหรอกนะครับ” คุณหนูของบ้านพยายามหันไปอ้อนทั้งพ่อทั้งแม่ ปิดท้ายด้วยการแยกเขี้ยวใส่คนที่นั่งอยู่ตรงข้าม

 

คำว่าโตพอที่จะไปไหนมาไหนได้ทำเอาจุนโฮชักคันปากขึ้นมาตะหงิดๆ  เด็กไฮสคูลที่ทะเล่อทะล่าเข้ามาในรถคนอื่นแถมซุกคอเจ้าของรถแบบไม่ดูตาม้าตาเรือคิดว่าเป็นแม่ตัวเองเนี่ยนะโตพอที่จะไปไหนมาไหนเองได้ บอกว่าโลกิเป็นนางเอกหนังเรื่องธอร์ภาคสองยังน่าเชื่อเสียกว่า

 

แต่ถึงกระนั้นก็ไม่ใช่เหตุผลที่อีจุนโฮจะต้องมายอมเป็นคนรับใช้กุมารทองอิมพอร์ต

 

"ท่านครับ ถ้าคุณหนูอูยองไม่เต็มใจผมก็พร้อมที่จะถอนตัวแล้วให้คนอื่นมาดูแลแทนครับ" เรียกว่าคุณหนูแล้วกระดากปาก แต่จะเรียกกุมารทองก็กระไร มีหวังถูกลดตำแหน่งจาก MD เหลือคนขับรถดีไม่ดีกลายเป็นยามหน้าบริษัทไปเลย

 

ยิ่งเห็นเด็กเอาแต่ใจนั่งหน้างอเป็นจวักอยู่บนโซฟาแล้วยิ่งเอ็นข้อมือกระตุก อยากจะจับมาฟาดก้นสักทีสองที

 

อูยองเบ้ปากใส่คนที่ปะป๊าไว้วางใจจะให้มาดูแลเขา ก่อนจะลุกไปนั่งกอดแขนคนเป็นพ่อแทน

 

“เห็นมั้ยครับ ตานั่น..เอ่อ...คุณจุนโฮก็ไม่เต็มใจจะรับงานนี้หรอกครับ ป๊าครับอูยองไม่อยากได้พี่เลี้ยง ใครก็ไม่เอาทั้งนั้น อูยองอยู่ได้แน่นอนครับ”

 

แปลงร่างเป็นเด็กดีพูดจาไพเราะเพื่อให้ป๊าเห็นใจ ป๊าเป็นคนเด็ดขาด แต่ก็ตามใจอูยองมาตลอด ครั้งนี้อูยองจะอ้อนจนป๊ายอมใจอ่อนนั่นแหละ

 

"ไม่ได้หรอกครับ ป๊าจะปล่อยอูยองไปไหนมาไหนคนเดียวได้ยังไง อูยองไม่ชินเส้นทางในเกาหลีด้วยนะ เกิดหลงทางเหมือนปิดเทอมคราวก่อนล่ะแย่เลย ป๊าเป็นห่วงนะรู้ไหม" มือหนาลูบศีรษะลูกชายหัวแก้วหัวแหวนอย่างอ่อนโยน ทว่านัยน์ตากลับพราวระยับผิดรอยยิ้มรักใคร่เอ็นดู

 

"แล้วถ้าอูยองยังดื้อกับป๊าอีก ป๊าจะสั่งระงับบัตรเครดิตทุกใบรวมถึงไม่ให้อูยองไปเที่ยวไหนเลยนะครับ"

 

ร่างสูงแทบหลุดหัวเราะกับหน้าตาเหมือนปลาทองขาดน้ำของคุณหนูตระกูลฮวาง ดูท่าร่างบางคงจะแสบไม่ใช่น้อยคราวนี้เลยโดนท่านประธานดัดเส้นเข้าให้ จากกุมารทองกลายเป็นปลาทองตาถลนอ้าปากพะงาบๆในพริบตา

 

อูยองคอตก ขยับมากอดแขนที่พึ่งสุดท้าย

 

“หม่าม๊าครับ ช่วยอูยองด้วย” แม้จะรู้ว่าคำพูดสุดท้ายของผู้นำของบ้านเป็นประกาศิต แต่บางเรื่องป๊านะจะเกรงใจม๊าอยู่บ้าง โดยเฉพาะเรื่องของเขา

 

คิมจุนซูลูบหัวลูกชายสุดที่รักแถมยังทำหน้าเหมือนกับฮวางชานซองเป้ะๆจนอูยองแทบจะร้องไห้ออกมาตอนนั้น

“เรื่องนี้ ม๊าเห็นด้วยกับป๊านะลูก”

 

“ไม่เอา! หรือถ้าผมจะมีพี่เลี้ยง ก็ไม่ใช่ผู้ชายคนนี้!” ลุกขึ้นยืนมองหน้าอีจุนโฮด้วยสายตาที่ไม่พอใจสุดๆ ถ้าไม่ติดว่าป๊าขู่ไว้ จางอูยองจะพุ่งเข้าไปบีบคออีจุนโฮเดี๋ยวนี้เลย!

 

จนแล้วจนรอดอูยองก็ยอมแพ้ หลังจากโวยวายไปสามตลบอ้อนตั้งแต่แม่นมยันเด็กล้างรถแล้วไม่มีใครช่วยได้จางอูยองจึงจำต้องรับสภาพการมีพี่เลี้ยงเป็นอีจุนโฮโดย(ไม่)ดุษณี

 

 

 

 

 

 

 

ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ อีจุนโฮไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจากเลี้ยงเด็ก

 

 

ร่างสูงเดินตามคนตัวเล็กเดินช้อปปิ้งในห้างสรรพสินค้า ไม่บอกก็รู้ว่าลูกใครเพราะตะลุยซื้อของแบรนด์เนมอย่างกับแจกฟรี บางชิ้นราคาแพงกว่าที่อเมริกาแต่อูยองก็ยังหอบมาด้วยเหตุผลว่า 'อยากได้'

 

มือหนาริดกระดุมเสื้อเชิ้ตเม็ดบนออกเมื่อรู้สึกร้อน เหงื่อซึมไรผมนิดๆ อันที่จริงก็จะไม่ร้อนเท่าไรหากไม่ต้องออกกำลังกายด้วยการเดินมาราธอนเข้าร้านนั้นออกร้านนี้เป็นว่าเล่น นอกจากนี้ยังต้องถือของไปเก็บไว้ที่รถแล้วกลับมารับใช้คุณหนูพระเดชพระคุณท่านอย่างต่อเนื่อง

 

ยกนาฬิกาขึ้นดูแล้วขมวดคิ้วก่อนจะหันไปบอกร่างบางที่สาละวนอยู่กับการเลือกเสื้อยืดลายเสือดาว

 

"วันนี้ฉันไปส่งนายที่บ้านเร็วหน่อยได้ไหม ตอนเย็นฉันต้องไปงานเปิดตัวสินค้าใหม่กับท่านประธาน"

 

ร่างเล็กหยุดชะงักทันที ก่อนจะหันหน้ากลับมามองพี่เลี้ยงจำเป็นด้วยสีหน้าบูดบึ้ง

 

“ฉันยังเลือกเสื้อผ้าไม่เสร็จไม่เห็นหรือ งานของนายคือต้องคอยดูแล ‘รับใช้’ ฉัน เพราะฉะนั้น ถ้าฉันยังทำธุระในห้างนี้ไม่เสร็จ นายก็ไม่มีสิทธิ์ขัดใจฉัน”

 

อูยองเดินหนีไปอีกมุมของร้าน ร่างเล็กไปสะดุดสายตาเข้ากับเสื้อยืดคอวีสีขาวบาง แถวชายเสื้อด้านล่างสกรีนคำว่า ไมเคิล แจ็คสัน ตัวโตๆถูกใจจางอูยองยิ่งนัก

 

"ขืนนายใส่แบบนี้ให้ท่านประธานเห็นมีหวังถูกริบบัตรเครดิต" ร่างสูงวาร์ปตัวเองไปอยู่ด้านหลังพร้อมเอ่ยขึ้นทำเอาร่างบางสะดุ้ง  นัยน์ตาคมหรี่มองตาขวางๆที่ส่งมาให้อย่างไม่สะทกสะท้าน

 

"ฉันเป็นคนคอยดูแลนายก็จริง แต่ฉันก็เป็น MD ของบริษัทด้วย งานนี้ท่านประธานบอกให้ฉันไปฉันก็ต้องไป ไม่ว่านายจะทำธุระเสร็จหรือไม่มันเรื่องของนาย ถ้านายดื้อมากฉันจะโทรฟ้องท่านประธาน"

 

ชี้นิ้วขู่คุณหนูที่อ้าปากทำท่าจะเถียง ชักสีหน้าใส่แสดงอาการหงุดหงิดแบบไม่คิดจะกั๊กแม้แต่นิดเดียว ต่อหน้าท่านประธานเขาคือ MD มากความสามารถ ทว่าเมื่อต้องมารบกับลูกชายท่านประธานแล้วเขารู้สึกเหมือนเป็นครูโรงเรียนปฐมวัยอย่างไรอย่างนั้น

 

“ตาแก่จอมโหดเอ้ย!” บ่นอุบอิบให้อีกฝ่าย แล้วจึงหันมาเลือกไซส์เสื้อยืดต่อ อูยองจะเอาเสื้อตัวนี้ล่ะเหลือแค่เลือกขนาดตัวที่พอดีกับเขาเท่านั้น เอาไปใส่กับเดฟสีดำที่เพิ่งซื้อไปเมื่อวันก่อนคงดูดีไม่น้อย

 

เห็นสายตาไม่พอใจของอีจุนโฮที่มองเสื้อในมือ อูยองไหวไหล่ไม่สนใจ

 

“ฉันไม่ใส่ให้ป๊าเห็นหรอกน่า ซื้อกลับไปใส่ที่อเมริกาก็ได้ ไม่เห็นต้องทำหน้าบึ้งเหมือนแองกรี้เบิร์ดอยู่ตลอดเวลาเลย มันยิ่งทำให้ดูแก่นะ คุณ MD”

 

เหน็บแนมจนอีจุนโฮคิ้วกระตุกแล้วจึงเดินไปที่เคาท์เตอร์ให้พนักงานจัดการใส่กล่องให้เรียบร้อย บัตรสมาชิกระดับ Prestige ถูกส่งให้พนักงานแคชเชียร์ หม่าม๊าเป็นคนชอบแต่งตัว ตั้งแต่หัวจรดเท้าจะต้องแบรนด์เนมทุกชิ้น อูยองจึงแอบขอยืมบัตรสมาชิกของสินค้าจำพวกแฟชั่นของม๊ามาใช้ระหว่างอยู่ที่นี่ แน่นอนว่า ปะป๊าไม่รู้

 

พนักงานส่งบัตรคืนพร้อมใบแสดงสถานะ อูยองมองแต้มสะสมของหม่าม๊าแล้วหัวเราะเบาๆ

 

สมกับเป็นคุณคิมจุนซู ป๊าคงต้องทำงานหนักอีกหน่อยเพราะแต่ละปีเงินหลายสิบล้านวอนหม่าม๊าเอามาลงกับพวกแฟชั่นจนหมด ไม่งั้นคงไม่ขึ้นมาจนถึงระดับ Prestige ร่างบางหันกลับมามองร่างสูงที่ยืนหน้าบอกบุญไม่รับอยู่ข้างๆ

 

“ไปสิครับ ยืนบื้ออยู่ทำไมคุณ MD ถือของให้ด้วยนะ” จงใจพูดเสียงดังเพื่อแกล้งให้อีกฝ่ายได้อับอาย ก่อนจะเดินผิวปากนำออกไป

 

 

 

 

 

 

ฝูงเหยี่ยวข่าว แสงแฟลชวูบวาบ และฝูงชนจำนวนมหาศาลบอกให้อีจุนโฮรู้ว่าตัวเขากำลังจะชะตาขาด เขามาสายกว่าเวลานัดไปเกือบยี่สิบนาทีเพราะมัวแต่รบอยู่กับจางอูยอง กว่าจะพาไปส่งบ้านแล้วกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่คอนโดก็นานโข

 

ท่านประธานของเครือฮวางกรุ๊ปส่งยิ้มให้บรรดานักข่าวอย่างไว้ตัวในขณะที่คนข้างกายยิ้มหวานให้จนตาปิด จุนโฮรู้ดีว่ารอยยิ้มของคุณจุนซูนั้นเพื่อธุรกิจล้วนๆ

 

ร่างสูงแทรกกายฝ่าดงนักข่าวเข้าไปยืนระหว่างคุณจุนซูและนิชคุณ  MD อีกคนของบริษัท เสื้อเชิ้ตสีขาวปลดกระดุมเม็ดบนกับกางเกงแสล็คสีดำของ MD หนุ่มเจ้าของแนวคิดโปรดักซ์เฮดโฟนช่างแตกต่างจากสูทเนี้ยบอย่างเป็นทางการของสามคนแรกเสียนี่กระไร

 

แสงแฟลชสะท้อนนัยน์ตาจนพร่ามัว จุนโฮได้แต่ปั้นยิ้มและภาวนาให้ตนเองได้ออกจากพรมแดงแสนอลังการมากพิธีรีตองแล้วเข้าไปในผับเสียที

 

แสงสีและเสียงเพลงในผับหรูทำเอาร่างบากส่ายสะโพกโยกย้ายไปมาแรงกว่าเดิม อูยองตะโกนร่วมกับนักท่องเที่ยวคนอื่นๆแข่งกับเสียงเพลงด้วยความสนุกสนาน กว่าจะสลัดตาแก่จอมเฮี้ยบของป๊าออกได้ก็เสียเวลาเอาการ ด้วยความที่ที่นี่คือผับดัง จำลองภายในเหมือนผับฮิพฮอพที่อเมริกา อูยองจึงไม่รอช้า แอบปลอมตัวแล้วหนีออกมาเที่ยวในวันเปิดตัวสินค้าตัวใหม่ของป๊ากับม๊าพอดี

 

จะว่าหนีเที่ยวก็ไม่ใช่ เพราะที่นี่ก็คือที่ที่ป๊ากับม๊ามางานเปิดตัวหูฟังตัวใหม่ล่าสุดของบริษัท และอูยองจะถือว่า อูยองออกมาเที่ยวกับครอบครัวก็แล้วกัน

 

มาถึงเกาหลีได้ตั้งอาทิตย์แล้ว ยังไม่ได้ไปเปิดหูเปิดตาที่ไหน และยังไม่ได้ฉายเดี่ยวเลยสักครั้ง วันๆมีแต่ตาแก่ตามประกบ น่าเบื่อจะตาย

 

งานเปิดตัวรอบสื่อคงเริ่มแล้ว อีกไม่นานคงจะยกโขยงกันเข้ามาในนี้ ตอนนั้นอูยองค่อยหลบไปอยู่มุมๆก็ได้ อีกอย่าง วันนี้เขาก็ปลอมตัวมาขนาดนี้ ป๊าจำไม่ได้แน่นอน

 

 

 

 

 

 

อีจุนโฮกวาดมองไปทั่วผับเพื่อสำรวจความเรียบร้อยว่าจะไม่มีอุบัติเหตุใดๆมาทำลายความราบรื่นของการเปิดตัวสินค้าตัวใหม่ หากยอดขายสินค้าตัวนี้ถล่มทลายล่ะก็เขาจะได้รับโบนัสไม่น้อยเลยทีเดียว ถึงจะไม่ได้ประสานงานกับฝ่ายออแกไนซ์มากนักเพราะมัวแต่เลี้ยงเด็กทว่าเมื่อเข้ามาในผับแล้วก็อดที่จะมองไปรอบๆไม่ได้

 

บอยแบนด์สุดฮอตจากค่ายเพลงชื่อดังถูกจ้างมาเปิดการแสดงเพื่อโปรโมตสินค้าโดยเฉพาะ ภายในผับเต็มไปด้วยแฟนคลับและนักท่องเที่ยวซึ่งต้องแหวกทางให้สื่อมวลชนที่กรูกันเข้ามาด้านใน

 

ท่านประธานและภรรยาตามเข้ามาทีหลังสุดพร้อมนิชคุณ อีจุนโฮมองพนักงานปิดประตูผับแล้วโล่งใจที่ไม่มีเหตุด่วนเหตุร้ายเกิดขึ้น

 

ยกเว้นเด็กหนุ่มร่างบางสวมเสื้อยืดตัวบางเฉียบแถมยังรัดรูปกับกางเกงผ้ามันสีดำที่แทบจะกลายเป็นเลกกิ้ง

 

จางอูยอง!

 

 

 

 

อูยองสบสายตาเข้ากับใครบางคนที่เพิ่งจะเข้ามา ด้วยความที่ผับเปิดแสงไฟสลัววูบวาบไปมาเขาจึงไม่แน่ใจนัก แต่ที่รู้ๆ คนเริ่มเข้ามาข้างในกันหมดแล้ว ร่างเล็กขยับตัวเบียดเสียดกับคนอื่นๆเพื่อลงจากกลางฟลอร์ ขืนยังเต้นอยู่ตรงนี้อาจจะซวยเอาได้

 

นักเที่ยวคนอื่นๆต่างก็ยกแก้วเหล้าส่งมาให้ อูยองรับไปอย่างเสียไม่ได้ ร่างบางยังคงเต้นต่อไปกับคนแปลกหน้ามากมายที่ไม่รู้ว่าใครเป็นใครแล้วตอนนี้ อูยองลอบมองกลุ่มเจ้าของงาน เห็นสายตาเหมือนพญาเหยี่ยวของท่านประธานฮวางมองมาทางนี้พอดี

 

ร่างเล็กขนหัวลุก กลัวคนเป็นพ่อจะจำได้

 

“อึ๋ย..ขอให้ป๊าจำไม่ได้ด้วยเถอะ”

 

มือหนากระชากแก้วเหล้าออกจากมือพร้อมฉกตัวคนถือแก้วออกมาด้วย กุมารทองอิมพอร์ตที่ตอนนี้กลายร่างเป็นแม่เสือสาวยามราตรีดิ้นพราดๆอย่างกับกลัวจะถูกลากไปข่มขืน แขนแกร่งล็อคเอวเอาไว้ขณะลากเข้าไปในห้องวีไอพี

 

ตาคมตวัดมองซ้ายขวา ขออย่าให้ท่านประธานเข้ามาในห้องวีไอพีตอนนี้เลย

 

กวาดมองเด็กในความดูแลศีรษะจรดปลายเท้าแล้ววกจากปลายเท้าขึ้นศีรษะอีกรอบ การแต่งกายของจางอูยองทำให้เขารู้สึกเหมือนสมองกำลังจะกระดอนออกมานอกกะโหลก แน่นอนว่าถ้าท่านประธานมาเห็นสภาพลูกชายตัวเองตอนนี้มีหวังผับแตก

 

"ทำบ้าอะไรของนายเนี่ย" เอ็ดเข้าให้ตามด้วยคำสบถ(เบาๆในลำคอ)  แทบจะคว้าเด็กเอาแต่ใจมาตีก้นเสียให้รู้แล้วรู้รอด ทำไมถึงได้ชอบหาเรื่องปวดประสาทให้เขานักนะ จางอูยอง

 

จางอูยองสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมทันที ร่างเล็กซวนเซหน่อยๆแต่เขาก็ไม่ได้เมาถึงขั้นไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร และใครเป็นใคร

 

“นายนั่นแหละทำบ้าอะไร! ลากฉันมาแบบนี้อยากให้ป๊ากับม๊ามาเห็นรึไงหา!” ไม่สำนึกผิด แถมยังด่ากลับ

 

ก็มันเรื่องอะไรที่อยู่ดีๆก็ลากเขาออกมาแบบนี้ อูยองเต้นอยู่ตรงนั้นก็ดีอยู่แล้ว รับรองว่าป๊าไม่เห็นแน่นอน จะเห็นก็เพราะอีตาบ้า MD คนโปรดของป๊าเนี่ยแหละ!

 

"ลองฉันไม่ลากนายออกมาแล้วปล่อยให้ท่านประธานเห็น