[SF] Pause (ChanSu)

posted on 25 Oct 2011 17:52 by tictoc13 in SF-2PM

Title: Pause

Pairing : ChanSu

Author : tictoc13

Rating : PG-13

Author note : ดราม่าเล็กๆ(?)

 

 

 

 

การได้รักใครสักคนคือความสุข

ทว่าการแอบรักใครสักคนกลับทำให้เจ็บปวด...

 

 

 

::#::#::#::#::#::#::#::#::#::#::#::#::#::#::#::#::

 

 

               

 

 

 

 

                ภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้าช่างบาดตาบาดใจเหลือจะกล่าว ฮวางชานซองได้แต่ก้มหน้าก้มตาพุ้ยบะหมี่เข้าปากทำเป็นมองไม่เห็นแทคยอนกับนิชคุณที่นั่งหัวร่อต่อกระซิกกันแบบไม่แคร์สื่อ

 

                สัปดาห์หน้าพวกเขาจะเดินทางไปประเทศไทยเลยต้องเคลียร์งานให้หมด หลังจากหมดงานแล้วทูพีเอ็มทั้งหกคนมีเวลาพักมากกว่าเดิมนิดหน่อย  อูยองหนีไปนอน จุนโฮนั่งเล่นกับชองกัม จุนซูนอนเอกเขนกฟังเพลงบนโซฟา ตัวเขาหาของใส่ท้อง

 

                ..ส่วนพี่แทคยอนกับพี่คุณนั่งสวีทไม่สนใจใครในโลกทั้งนั้น..

 

                ชายหนุ่มพ่นลมออกทางจมูก ยกถ้วยบะหมี่ขึ้นซดแล้วเดินหนีภาพทำร้ายจิตใจเอาของไปทิ้งในครัว ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงอย่างไม่สบอารมณ์

 

                ทำไมนะ ทำไมต้องแทคคุณ

 

                ถ้วยชามทั้งหลายที่ยังไม่ได้ล้างกองสุมอยู่ในอ่างล้างจาน ถึงจะมีแม่บ้านมาทำความสะอาดให้ทุกเช้าแต่คนหกคนกับแมวหนึ่งตัวก็สร้างกองขยะและสิ่งของใช้แล้วจำนวนไม่น้อยเป็นประจำทุกวัน

 

                หยิบน้ำยาล้างจานมาเทใส่ฟองน้ำ เขายอมล้างจานกองพะเนินดีกว่าให้หันไปเห็นพี่คุณกับพี่แทคยอนสวีทกัน เขาทนดูมามากพอแล้ว ทั้งบนรถ ในรายการ หลังเวที หน้ากล้อง หลังกล้อง จะตัวติดกันอะไรนักหนา พี่คุณไม่ได้พูดเกาหลีไม่ได้เหมือนแต่ก่อนเสียหน่อย

 

                "ช่วยไหม" เสียงคุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลัง ชานซองหันไปมอง

 

                จุนซูส่งยิ้มให้ทั้งที่รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังหงุดหงิด ดึงฟองน้ำออกจากมือแล้วดันมือร่างสูงไปรองน้ำเพื่อล้างน้ำยาล้างจานที่เลอะมือ

 

                "เดี๋ยวพี่ล้างให้เอง"

 

                "ไม่ต้อง" ดึงฟองน้ำกลับคืนมา หยิบจานใบหนึ่งขึ้นมาถูแรงๆ "ผมยอมล้างจานทั้งตู้ดีกว่าให้หันไปเห็นภาพนั่น"

               

                ไม่บอกจุนซูก็รู้ว่าชานซองหมายถึงอะไร ร่างบางมองแผ่นหลังกว้างที่ตนไม่เคยเอื้อมถึงด้วยสายตาตัดพ้อ ชานซองเป็นแบบนี้เสมอ หน้ากล้องทำเป็นยิ้มแย้มแต่พอหลังกล้องก็หงุดหงิดกับแทคคุณอยู่ดี

 

                เพล้ง!

 

                จานเลื่อนหลุดจากมือหล่นลงพื้นแตกกระจาย ทุกคนหันมามองยังชานซองเป็นตาเดียว ร่างสูงสบถอย่างหัวเสีย เหวี่ยงฟองน้ำใส่อ่างล้างจานแล้วก้มลงเก็บเศษจาน

 

                "พี่จุนซูเอาที่ตักผงมาให้ผมหน่อยสิ" เงยหน้าบอกคนตัวเล็ก

 

                "ไปล้างจานต่อเถอะ เดี๋ยวพี่เก็บเอง" จุนซูบอก ดึงแขนชานซองให้ยืนขึ้นส่วนตนนั่งลงเก็บเศษจานแทน เคราะห์ดีที่ไม่มีเศษเล็กเศษน้อยมากนักไม่เช่นนั้นหากมีใครเดินมาเหยียบเข้าคงแย่

 

                สีหน้าของชานซองดูไม่ดีเลย ชายหนุ่มกำลังหงุดหงิดในการกระทำของตนเองจนแทบคุมอารมณ์ไม่ได้  จุนซูเลิกที่จะไม่พูดอะไรและประคองเศษจานไปทิ้งใส่ถังขยะ  ทว่ากลับถูกเศษจานบาดเข้าให้ที่กลางฝ่ามือ

 

                "บ้าจริง" เลือดค่อยๆซึมออกมาจากปากแผล ร่างบางเม้มปาก ชั่งใจครู่หนึ่งก่อนจะเดินกุมมือเข้าไปในห้องน้ำเพื่อล้างแผล

 

                เปิดน้ำเย็นใส่แผลจนเลือดหยุดไหลค่อยใช้ผ้าขนหนูซับเบาๆ ถึงจะบาดไม่ลึกแต่ก็เจ็บพอดูเหมือนกัน ร่างบางเดินกลับไปหาชานซองอีกครั้ง แต่แล้วกลับต้องชะงักฝีเท้าเมื่อเห็นนิชคุณเดินไปหาชานซอง

 

                จู่ๆนิชคุณก็สะดุ้งเฮือก ชักเท้ากลับจากตำแหน่งที่เพิ่งเหยียบลงไป หยดเลือดกระเซ็นลงมาแตกกระจายเป็นวงอยู่บนพื้นพร้อมเสียงร้องและใบหน้าเหยเกของนิชคุณ

 

                จุนซูและแทคยอนถลาเข้าไปหา แต่คงช้ากว่าชานซองที่ละมือจากจานใบสุดท้ายมาดูแผลที่เท้าของนิชคุณ

 

                จุนซูใจหายวาบ เขาเก็บเศษจานไม่หมด นิชคุณเหยียบเศษจาน

 

                "พี่คุณเจ็บมากหรือเปล่า" ชานซองถาม ประคองเท้าของนิชคุณเอาไว้ขณะก้มมองแผลโดยไม่เห็นว่าแทคยอนยืนประคองนิชคุณไม่ให้ล้มอยู่

 

                จุนซูเม้มปากอีกครั้ง ทว่าคราวนี้เม้มปากด้วยความน้อยใจ

 

                ชานซองหันมาหาพี่ชายตัวเล็กที่ยืนทำหน้าเรียบแล้วถามเสียงเข้ม

 

                "ทำไมมีเศษจานบนพื้น"

 

                "พี่คงเก็บไม่หมด" พยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น เขาไม่ชอบน้ำเสียงที่ชานซองใช้พูดกับเขา ไม่ชอบเลย..

 

                "พี่เป็นคนเก็บพี่ก็น่าจะดูให้เรียบร้อยก่อนเอาไปทิ้ง แล้วนี่ดูสิพี่คุณมาเหยียบเลยได้แผลเลยเห็นไหม" กำฝ่ามือเข้าหากัน เล็บจิกโดนตำแหน่งที่ถูกเศษจานบาด แต่วินาทีนี้ต่อให้แผลลึกกว่าเดิมคิมจุนซูก็ไม่สน

 

                "พอเถอะชานซอง พี่ไม่ได้เป็นอะไรเสียหน่อย" นิชคุณบอก ชักเท้าออกจากมือน้องชาย เขย่งขาข้างเดียวโดยมีแทคยอนคอยจับไว้

 

                ชานซองเห็นแล้วชะงัก ก่อนจะโยนอารมณ์พาลมาใส่คนไม่รู้อิโหน่อิเหน่

 

                "พี่นี่แย่ที่สุดเลย" เสียงทุ้มดังคล้ายเสียงตะคอก จุนซูกำมือแน่นกว่าเดิม รู้สึกได้ถึงความเจ็บของแผลและเลือดที่กำลังซึมออกมาอีกครั้ง

 

                "ฉันไม่ได้ตั้งใจ"

 

                "เพราะพี่ไม่รอบคอบต่างหาก ผมอยากรู้นักว่าถ้าพี่โดนบาดบ้างพี่จะพูดแบบนี้ไหม"

 

                "ชานซอง!" แทคยอนปราม ชานซองก้าวร้าวจุนซูมากไปแล้ว

 

                พี่ใหญ่สุดแต่ตัวเล็กกว่าน้องทำหน้านิ่ง นัยน์ตาสีดำวูบไหว ถ้าตาไม่ฝาดแทคยอนมั่นใจว่าเขาเห็นน้ำใสๆเอ่อคลอขึ้นมาแวบหนึ่ง แต่ชานซองคงไม่ได้สังเกต

 

                "พี่คุณเจ็บมากไหม" ไม่สนใจขอโทษและไม่คิดจะพูดด้วย ฮวางชานซองทำเหมือนคิมจุนซูเป็นอากาศธาตุ  ร่างบางน้ำตาคลอก้าวยาวๆผ่านคนอื่นตรงเข้าห้องนอนปิดประตูดังปัง! แทคยอนมองตามแล้วใจไม่ใคร่ดี

 

                เขาเป็นรูมเมทจุนซู ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าจุนซูคิดยังไงกับชานซอง

                แต่ไอ้น้องเล็กนี่จะรู้หรือเปล่านะว่าทำให้จุนซูเสียใจ

 

               

                หยดเลือดหลายหยดเลอะตามทาง แทคยอนสะดุดใจ นิชคุณมีแผลที่เท้า แต่นิชคุณก็ยืนอยู่กับเขาไม่ได้ไปไหน แล้วนี่เลือดใครกัน

 

                ตาคมมองตามรอยเลือด

 

                มันไปทางห้องของเขากับจุนซู

 

 

 

 

 

               

 

                จุนซูทิ้งตัวลงบนเก้าอี้หน้าคอมพิวเตอร์ แผลที่มือยังแสบไม่หายแต่เขาก็ไม่คิดจะทำอะไรกับมัน เอื้อมมือไปเปิดคอมพิวเตอร์ฟังเพลงแก้เครียด ตุ๊กตาหมีตัวใหญ่ยื่นขาออกมาจากเตียงนอนชั้นสอง มือเรียวเลยทุบขาหมีเข้าให้หนึ่งที ฮวางชานซอง ไอ้หมีบ้า ห่วงแต่นิชคุณอยู่ได้

 

                เจ็บที่แผลยังไม่เจ็บเท่าหัวใจ

 

                ใช่สินะ เขาไม่ใช่นิชคุณ..

                 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                พรุ่งนี้ก็จะเดินทางไปงานแฟนมีตติ้งและคอนเสิร์ตเอ็มเน็ตที่ประเทศไทยแล้ว เหล่าทูพีเอ็มพากันคึกคักเพราะจะได้ออกนอกประเทศ ซึ่งคราวนี้พิเศษกว่าครั้งไหนเพราะบรรดาคุณแม่ทั้งหลายจะเดินทางไปกับลูกชายด้วย

 

                นิชคุณนั่งคุยกับพ่อแม่ของแทคยอนอย่างสนิทสนม แทคยอนเองก็โผล่ไปร่วมวงด้วยเป็นระยะๆ ชานซองที่กำลังนั่งเล่นกับชองกัมทนไม่ไหวจึงเดินหนีเข้ามาในห้อง ปกติเขาไม่ค่อยเข้ามาในห้องนักหรอกยกเว้นเวลาจะเอาของใช้ เวลานอนก็ไปนอนโซฟาด้านนอก

 

                ขืนให้เขานอนห้องเดียวกันกับพี่คุณทุกวันมีหวังตะบะแตกแน่

 

 

                "พี่มาทำอะไรที่นี่" ชานซองถามเมื่อเห็นจุนซูอยู่ในห้องของเขากับพี่คุณ เวลานี้พี่ชายของเขาจะต้องสาละวนอยู่กับการจัดลิสต์เพลงในไอพอดไอแพดแล้วก็แชทบอกคนนั้นคนนี้ไม่ใช่หรือไง

 

                จุนซูละมือจากกล่องกระดาษ "มาหาของนิดหน่อย" ตอบกลับเสียงเรียบแล้วหาต่อ แทบหยุดหายใจเมื่อชานซองเดินเฉียดหลัง

 

                "ของๆพี่จะมาอยู่กับพี่คุณได้ไง ของพี่ก็ต้องอยู่ห้องพี่สิ" จะมีสักครั้งไหมที่ชานซองคิดจะถนอมน้ำใจจุนซูบ้าง  ทุกคำพูดของชายหนุ่มช่างเสียดแทงหัวใจคนฟังเสียเหลือเกิน

 

                จุนซูเลือกที่จะไม่ตอบคำถามและก้มหน้าก้มตาหาของต่อไป

 

                ทั้งห้องถูกปกคลุมด้วยความเงียบงัน ชานซองจิ๊ปาก รู้สึกไม่อารมณ์อย่างแรง เขาหนีจากภาพชวนหงุดหงิดแล้วยังมาเจอกิริยามึนตึงของพี่จุนซูอีก พี่ชายที่แสนดีคอยอยู่ใกล้เขาตลอดเวลาหายไปไหนกันเนี่ย

 

                "พี่จะเอาอะไรไปไทยบ้าง" จุนซูหันไปมองเจ้าของคำถามที่นั่งอยู่บนเตียงก่อนตอบ

 

                "เสื้อผ้า ของใช้ส่วนตัว ก็แค่นั้น"

 

                "คงไม่ได้เอาเสื้อเปลือกแตงโมไปอีกใช่มะ" ถามเสียงล้อเลียน ทว่าคนถูกถามกลับทำหน้านิ่ง ใช่สินะ ไม่ว่าเขาจะแต่งอะไรก็ดูตลก ไม่เหมือนนิชคุณ ไม่ว่านิชคุณทำอะไรชานซองก็บอกว่าดี

 

                ความเงียบเข้าปกคลุมอีกหน จุนซูงมหาของที่ไม่รู้ว่านิชคุณเอาไปซุกไว้มุมไหนของห้องสี่เหลี่ยมแคบๆแต่อัดแน่นด้วยข้าวของเยอะยิ่งกว่าร้านขายของเก่า ภาพถ่ายเอย สมุดวาดเขียนเอย นี่นิชคุณเป็นเด็กอนุบาลหรือไง

 

                "พ่อแม่พี่ไปไทยด้วยไหม" อีกครั้งที่จุนซูต้องละสายตาจากการหาของเพื่อตอบคำถามของชานซอง

 

                "ไม่ไปหรอก"

 

                "พ่อแม่ของพี่แทคยอนไปล่ะ" น้ำเสียงสบายๆฟังดูขมขื่นขึ้นมากะทันหัน เมื่อจุนซูหันกลับไปมองก็พบว่าชานซองนั่งทำหน้าบอกบุญไม่รับกำหมัดแน่น "แม่พี่แทคยอนคงไปลันล้ากับแม่พี่คุณตามเคย"

 

                "ก็ทำนองนั้น พวกท่านสนิทกันนี่นา เชียร์แทคคุณออกจะบ่อยไป" เผลอหลุดปากโดยไม่ได้ตั้งใจ แต่แล้วกลับต้องร้องลั่นเมื่อถูกชานซองกระชากแขน

 

                "พูดถึงทำไม!" ร่างสูงตลาด คนถูกตวาดนิ่วหน้า

 

                "ทำบ้าอะไรเนี่ย ปล่อย!" พยายามสะบัดแขนออกจากการเกาะกุม ทว่านอกจากจะไม่สำเร็จแล้วแรงบีบยังมากขึ้นกว่าเดิม

 

                "พี่พูดถึงแทคคุณทำไม พี่ก็รู้ว่าผมไม่ชอบ!"

 

                "ถ้าจะบ้าก็บ้าไปแต่อย่ามายุ่งกับฉันฮวางชานซอง" ทุบไหล่หนานั้นเต็มแรงเผื่อจะปล่อย เขาเจ็บข้อมือไปหมดแล้ว ปล่อยกันเสียที

 

                "คนอย่างพี่ไม่เข้าใจหรอก" คำต่อว่าทำเอาชะงัก ตาเรียวจ้องมองอีกฝ่ายอย่างไม่เข้าใจ

 

                "นายหมายถึงอะไร?"

 

                "พี่ไม่มีวันเข้าใจหรอกว่าการรักคนที่เขาไม่ได้รักเราน่ะมันเจ็บแค่ไหน พี่จุนซู"

 

                คิมจุนซูอยากหยุดหายใจให้คนตรงหน้าเห็นเสียเลย

                ทำไมเขาจะไม่รู้ว่ามันเจ็บแค่ไหน..โดยเฉพาะเวลาที่ตนเองรักมาตวาดใส่หน้าเช่นนี้

 

                "นั่นสินะ" กล้ำกลืนก้อนสะอื้นอย่างยากลำบาก เบือนหน้าหนีไม่ให้ชานซองเห็นน้ำตา เขาจะร้องไห้ต่อหน้าชานซองไม่ได้เด็ดขาดถึงแม้จะอยากร้องไห้มากแค่ไหนก็ตาม

                 

                "ฉันไม่เข้าใจหรอก"

                 

                แกะข้อมือออกจากมืออีกฝ่าย มืออีกข้างสั่นเทา...สั่นไปถึงหัวใจ

 

                "ฉันไม่เคยแอบรักใคร ฉันจะเข้าใจได้ไงล่ะชานซอง"

 

                สมุดสเก็ตภาพเล่มเล็กตกลงจากหลังกล่องกระดาษเมื่อคนที่รีบร้อนวิ่งออกไปเอามือไปโดน ร่างสูงมองบานประตูที่ปิดลงก่อนจะถอนหายใจ เขาใกล้สติแตกเต็มที นับวันความสัมพันธ์ของพี่แทคยอนกับพี่คุณก็ยิ่งเด่นชัดขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่สถานะระหว่างเขากับพี่คุณยังเป็นแค่พี่น้องกันอยู่ดี

 

                "ชานซองอยู่ในนี้หรือเปล่า" นิชคุณเปิดประตูเข้ามา ชานซองสะดุ้งเฮือกรีบปรับสีหน้าเป็นยิ้มแย้มอย่างรวดเร็ว

 

                "มีอะไรเหรอพี่ จะเอาของเหรอ?"

 

                "เห็นจุนซูบอกว่าจะเข้ามาหาของแต่ดันวิ่งออกไปตัวเปล่าเลยเข้ามาดูน่ะ ไม่ได้ทะเลาะกันใช่ไหม"

 

                ชานซองส่ายหน้าปฏิเสธ "เปล่านี่ ก็คุยกันตามปกติ" หวังว่าพี่จุนซูจะยกโทษให้นะที่เขาโกหก ยอมรับว่าเมื่อครู่นี้โมโหมากไปหน่อยเลยกระชากแขนพี่จุนซู แต่เดี๋ยวค่อยไปขอโทษก็คงได้กระมัง

 

                นิชคุณก้มลงมองสมุดที่กองอยู่ปลายเท้าแล้วหยิบขึ้นมา ภาพถ่ายใบหนึ่งแลบออกมาจากด้านใน ดูท่ามันคงถูกสอดเอาไว้  ร่างบางขมวดคิ้วเมื่อเห็นภาพ

 

                "สงสัยจุนซูจะหาไม่เจอแน่เลยเล่นมาสอดอยู่ในสมุดแบบนี้"

 

                "อะไรเหรอพี่" ชานซองถาม นิชคุณเลยยื่นให้ดู

 

                "ภาพถ่ายน่ะ"

 

                ภาพที่อยู่ในมือคือภาพจุนซูกำลังนอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียง หมอนหนุนศีรษะกลับไม่ถูกใช้หนุนแต่มาอยู่ในอ้อมแขนร่างบางแทน ผ้าห่มคลุมสะโพกหมิ่นเหม่ เสื้อกล้ามสีดำตัวเก่งของเจ้าตัวเลิกขึ้นไปกองอยู่เหนือเอว

 

                "นี่มัน.."

 

                "ที่นายแอบถ่ายตอนไปไทยคราวที่แล้วไง จุนซูฝากฉันไว้แล้วลืมเอาคืน สงสัยเพิ่งนึกได้เลยเข้ามาหา ฉันเองก็ดันลืมว่าเก็บไว้ตรงไหนเลยไม่ได้บอกจุนซูเสียด้วยสิ เดี๋ยวฉันเอาไปให้จุนซูก่อนนะ"

                 

                "เดี๋ยวพี่" นิชคุณเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม "เดี๋ยวผมเอาไปให้พี่จุนซูเอง"

 

                "งั้นฝากด้วยนะ"

 

                บานประตูปิดลงอีกครั้ง เหลือฮวางชานซองนั่งมองภาพถ่ายอยู่บนเตียงคนเดียว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

               

 

               

 

                ตั้งแต่ก้าวเท้าเข้าสู่ประเทศไทยคิมจุนซูยังไม่เข้าใกล้ฮวางชานซองนานเกินหนึ่งนาทีเลยสักครั้งเดียว ร่างบางเดินไปหาอูยองทีจุนโฮที ทำตัวติดหนึบกับสองคนนั้นราวกับตังเม ทิ้งให้ชานซองเดินโดดเดี่ยวเดียวดาย อยากหน้าบูดก็ทำไม่ได้ได้แต่เก็บความไม่พอใจไว้ข้างใน

 

                ไม่ว่าจะให้สัมภาษณ์ ออกสื่อ หรือบนรถตู้ก็ไม่มีช่องว่างให้ชานซองกับจุนซูได้ใกล้กัน  ชานซองรู้ว่าพี่จุนซูกับจุนโฮเคยมาแถลงข่าวที่ไทยด้วยกันเมื่อคราวก่อน แต่นั่นไม่ใช่เหตุผลที่พี่ชายจะเมินเขาแล้วหันไปเอาใจจุนโฮแทน

 

                โรตีสายไหมที่เจ้าตัวชอบนักหนาถูกส่งเข้าปากนิชคุณทีอูยองทีทำเอาชานซองซึ่งกำลังสาละวนอยู่กับการสูบเส้นผัดไทเข้าปากถึงกับขมวดคิ้วด้วยความสงสัยก่อนจะกลับไปสนใจกับการทานอาหารตามเดิม

 

                หลังอัดรายการเสร็จ กลับมาบนรถตู้ จุนซูก็ยังหนีบจุนโฮไปนั่งข้าง  ชานซองกระแทกหลังกับเบาะหนังอย่างไม่สบอารมณ์ หันไปมองด้านหลังเมื่อเห็นว่าเสียงคุยของสองจุนเงียบไปแล้ว ภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าทำให้อดยิ้มออกมาไม่ได้

 

                หยิบโทรศัพท์ออกมาถ่ายรูปอัพลงทวิตเตอร์แฉให้แฟนคลับดูเรียบร้อย คราวนี้ล่ะพี่จุนซูไม่สามารถปฏิเสธความเอ๋อของตัวเองได้แน่ อย่ามาเก็กเข้มเวลาออกกล้องหน่อยเลย

 

                ใบหน้าตอนหลับของจุนซูทำให้ชานซองยิ้มได้และหันไปมองให้ความสนใจอยู่นาน..จนลืมสนใจเสียงคุยของแทคยอนและนิชคุณ