[SF] Mint Chocolate (JunWoo)

posted on 17 Jan 2012 00:01 by tictoc13  in SF-2PM

Title: Mint Chocolate

Pairing : JunWoo

Author : tictoc13

Rating : PG-13

Author note : เรื่องราวและเหตุการณ์ทั้งหมดเป็นเพียงสิ่งที่สมมติขึ้นมา

 

 

 

 

 

 

                เสื้อหลากสีสันถูกนำมาวางกองบนเตียงขณะที่เจ้าของเสื้อยืนกอดอกทำหน้านิ่วคิ้วขมวด ไม่สนใจแม้กระทั่งแมวแสนรักมาคลอเคลียที่ขา อีจุนโฮถอนหายใจเฮือก หยิบเสื้อมาดูทีละตัวก่อนจะโยนส่งๆลงบนพื้นเมื่อตัวไหนไม่ถูกใจ

 

                เสื้อยืดสีกรมท่ากระเด็นมากองตรงปลายเท้าพอดีกับที่อูยองเดินเข้ามา

 

                ร่างบางมองการกระทำของร่างสูงอย่างงงๆ หากไม่มีกระเป๋าเดินทางใบเบ้อเริ่มอยู่ตรงปลายเตียงเขาคงนึกว่าจุนโฮกำลังซ้อมขว้างเสื้อเล่น

 

                โกเมงอีพันแข้งพันขา อูยองจึงอุ้มมันขึ้นมาก่อนจะเดินไปหาจุนโฮที่ยังคงขะมักเขม้นอยู่กับการเลือกเสื้อผ้าของตนเอง

 

                "ทำอะไรน่ะ"  เสียงถามทำเอาสะดุ้งโหยง ร่างสูงหันไปมองเจ้าของเสียงแล้วยิ้มเจื่อนๆ เกาหัวแก้เก้อ

 

                "ก็..เลือกเสื้อผ้าน่ะ"

 

                "ไปทำงานอาสาสมัครนะไม่ได้ไปเดินแบบ" อูยองกระเซ้า  จุนโฮหัวเราะแห้งๆ มองคนตัวเล็กนั่งลงบนขอบเตียงโดยมีโกเมงอีนอนอยู่บนตัก

 

                "อิจฉาจัง" ร่างสูงว่า เอื้อมมือไปอุ้มโกเมงอีออกจากตักอูยองแล้วปล่อยลงไปเดินบนพื้น มองตักว่างเปล่าก่อนจะเลื่อนขึ้นสบตาอูยองที่ทำหน้างง

 

                "อิจฉาอะไร"

 

                "อิจฉาโกเมงได้นอนตักนาย ฉันสิจะไม่ได้หนุนตักนายตั้งหลายวัน" คำตอบทำเอาคนฟังยิ้มกว้าง หัวเราะก่อนจะดึงคนชอบคิดเล็กคิดน้อยลงมานอนหนุนตัก เสื้อยืดที่อุตส่าห์เลือกอย่างดียับย่นเพราะเจ้าตัวเอาเท้าเขี่ยให้ตกลงไปข้างเตียงเพื่อจะได้นอนเหยียดยาวหนุนตักคนรักได้สบาย

 

                "เป็นอาสาสมัครไม่ใช่หรือไง จะมาอิดออดอะไรเอาตอนนี้" ดึงแก้มบวมๆยืดออก ช่วงนี้จุนโฮน้ำหนักขึ้นแก้มเลยพลอยยุ้ยตาม เป็นโอกาสให้อูยองดึงเล่นแก้แค้นอีกฝ่ายที่ชอบดึงแก้มตนเอง

 

                "ไม่ได้อิดออด แค่อยากให้นายไปด้วย"

 

                "ไปทำไม"

 

                "พาไปไล่จับอีแร้งเอามาต้มกิน" หัวทุยถูกผลักลงจากตักทันทีที่พูดจบ ร่างสูงหัวเราะก่อนจะกลิ้งตัวขึ้นไปนอนหนุนตักตามเดิม คนตัวเล็กกว่าหน้าบูด

 

                "กวนประสาท!"

 

                "กวนตรงไหน ไม่มี๊"

 

                "ขอให้อากาศร้อนจนนายเป็นลมตายไปเลยอีจุนโฮ"

 

                "แค่ไม่ได้เจอนายฉันก็ตายเพราะความคิดถึงแล้ว ไม่ต้องรอเป็นลมหรอก"  แก้มขาวขึ้นสีระเรื่อ ใบหน้าน่ารักหันหนีคนเจ้าเล่ห์ด้วยความเขิน อีจุนโฮ ไอ้เด็กบ้า ไม่เคยเรียกกันว่าพี่แล้วยังพูดจาแบบนี้อีก

 

                ตัดสินใจลุกขึ้นจากเตียงทิ้งคนกวนประสาทนอนเล่นคนเดียว ร่างบางเดินหนีเข้าไปในครัว เปิดตู้เย็นหาขนมมากินดับโมโหไม่อย่างนั้นคงไม่แคล้วอีจุนโฮโดนเขกหัวปูดไปเอธิโอเปีย

 

                แกะห่อช็อกโกแลตมินต์แล้วบิเข้าปากทีละนิด ยืนหน้าง้ำสะโพกพิงเคาน์เตอร์  ถลึงตาใส่คนหน้าเป็นที่เดินยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ตรงเข้ามาหา ทว่ายังไม่ทันที่อีจุนโฮจะทันได้กอดจางอูยอง ช็อกโกแลตมินต์ชิ้นเล็กก็ถูกยื่นมาจ่อปากเสียก่อน           

 

                "กินซะ"

 

                "กำลังไดเอ็ต"

 

                อูยองเลิกคิ้ว โยนช็อกโกแลตเข้าปากแล้วหันหลังให้ หยิบแก้วกาแฟออกมาจากตู้พร้อมกาแฟผงสำเร็จรูปหนึ่งซอง  จุนโฮยืนมองจนกระทั่งกลิ่นหอมของกาแฟโชยมาปะทะจมูก

 

                เอวบางถูกสวมกอดรั้งเข้ามาชิดอก ตามด้วยไหล่เกยอยู่บนคาง

 

                "หอมจัง" กดจมูกกับแก้มนวล อูยองเหล่มองแล้วทำอมลมแก้มป่อง

 

                "ไม่ต้องมายุ่งเลยนะ กวนประสาทมาตั้งแต่เมื่อกี๊แล้ว"

 

                "กวนตรงไหน"

 

                "นายไม่กินช็อกโกแลตที่ฉันให้!"

 

                "บอกแล้วไงว่ากำลังไดเอ็ต" จูบเรื่อยจากแก้มจนถึงปลายคาง วกกลับไปหาคอเรียวระหง ร่างบางครางในลำคอเมื่อสัมผัสแผ่วเบาราวขนนกกลายเป็นจูบเน้นย้ำกระตุ้นอารมณ์

 

                "จุนโฮ... ไม่.." ร้องห้ามเมื่อมือหนาสอดผ่านขอบกางเกงขาสั้น  ร่างสูงกระตุกยิ้ม จูบคอขาวเนียนก่อนจะดูดเม้มแรงๆจนเกิดรอยสีชมพูเข้ม

 

                "ถ้าฉันกินนายเข้าไปฉันจะได้รสช็อกโกแลตมินต์ไหม"

 

                "ไอ้บ้า ฉันไม่ใช่ขนมนะ"

 

                "นายน่ากินกว่าขนมอีก..." มือปลาหมึกไต่ยุบยับไปทั่วตัวจนคว้าแทบไม่ทัน จับมือหนึ่งอีกมือก็ขยับหนี จะใช้สองมือจับก็ไม่ได้เพราะอีกมือต้องคอยประคองแก้วกาแฟ เป็นโอกาสให้คนขี้แกล้งฉวยโอกาสตามใจชอบ

 

                กว่าจะนึกได้ว่าควรวางแก้วกาแฟลง ร่างของจางอูยองก็ลอยหวือขึ้นเหนือพื้น

 

                "เดี๋ยวอาสาสมัครคนนี้จะเอ็นดูน้องแก้มป่องทั้งคืนเลยนะครับ" กำปั้นเล็กทุบอกดังอั้กตามด้วยใบหน้าน่ารักสะบัดค้อนใส่วงใหญ่  สองแขนกอดคอคนที่อุ้มตนไว้แล้วซุกหน้ากับอกกว้าง ได้กลิ่นครีมอาบน้ำจางๆ

 

                "อาสาสมัครลามก"

 

               

 

                "ฉันอยากกินช็อกโกแลตแต่กินไม่ได้เพราะกำลังไดเอ็ต งั้นฉันก็จะกินนายแทน"

 

 

 

                "ไอ้บ้า!"

 

 

 

                "เข้าห้องกันเถอะ"

 

 

 

                "ไม่!"

 

 

 

 

 

                เสียงประตูปิดดังปัง โกเมงอีไม่เข้าใจว่าทำไมคืนนี้พ่อไม่ให้นอนด้วย..

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                END.


 

----------------------------------------------------------
 
ฟิคอะไร(วะ) 555555555555555555555
 
มัวชั่ววูบ ชั่ววูบจริงๆนะ แบบว่า...หลานชายกำลังจะไปชายแดน เอ๊ย ไปเอธิโอเปีย
แล้วแบบว่า... กำลังกินมินต์ช็อกโกแลตอยู่ 
แล้วแบบว่า... แม่ทอมเด็ก @kumameaw อยากกินช็อกโกแลต เลยบอกให้กินกับกาแฟไป
แล้วทำไม... มันออกมาเป็นฟิคแบบนี้ล่ะ 
 
เอร๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
 
ສະບາຍດີ ເອທິໂອເປີຍ ><

[SF] I don't care [2/3] (ChanSu)

posted on 14 Jan 2012 16:06 by tictoc13  in SF-2PM

Title: I don't care  -Middle-

Pairing : Chan x Su

Author : tictoc13

Rating : PG-13

Author note : เมื่อรักกันไม่ได้ก็ไม่รัก ไม่เห็นจักเกรงการสถานไหน

 

 

 

               

                ผับเปิดเพลงดังเหมือนทุกวัน คนเยอะเหมือนทุกวัน สาวเยอะเหมือนทุกวัน สุราชั้นดีพร้อมบริการเหมือนทุกวัน เด็กรับรถคนเดิม ซีเคียวริตี้การ์ดคนเดิม โซฟาทรงเดิม โต๊ะแบบเดิม ผนังสีเดิม ทุกอย่างเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยนแปลง

 

                ยกเว้นเพียงอย่างเดียว

 

                ฮวางชานซองเข้ามาในผับด้วยสีหน้าถมึงทึงต่างจากเดิม

 

                เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนกว่าเก่า โมโหหึงจนแทบบ้า ภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้าทำเอาชายหนุ่มแทบเขวี้ยงกุญแจรถที่ตนถืออยู่ผ่าให้กลางวง

 

                จุนโฮนั่งโอบไหล่อูยองอยู่บนโซฟา นิชคุณสงสัยไปทำงานเลยไม่อยู่ แต่คิมจุนซูแสนน่ารักของเขานี่สิทำไมถึงได้ไปนั่งแนบชิดกับแทคยอนแบบนั้น

 

                นับตั้งแต่วันที่จุนซูวีนแตกใส่เขาแทคยอนก็มารับมาส่งจุนซูทุกวัน จุนซูแยกห้องนอนกับเขาปล่อยให้เขานอนห้องเดิมส่วนตัวเองไปนอนห้องรับรองแขก ออกจากบ้านก่อนเขาตื่น กลับบ้านบ้างไม่กลับบ้าง วนเวียนนานนับเดือน มีเสียงลือเสียงเล่าอ้างมาด้วยว่าเห็นจุนซูเดินสวีทกับหนุ่ม

 

                และชานซองมั่นใจเสียยิ่งกว่ามั่นใจว่าหนุ่มที่ว่าไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นไอ้เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดคนนี้ล่ะ              

 

                อกจะแตก..หึงจนหัวใจจะหลุดออกมานอกอกอยู่แล้ว

 

                เดินหยุดยืนหน้าโต๊ะแขกซุปเปอร์วีไอพี คุณเจ้าของร้านและสามีหันมายิ้มให้แล้วเชื้อเชิญเขานั่งลง ทว่าคุณแขกกิตติมศักดิ์คนสวยกลับทำเหมือนเขาเป็นอากาศธาตุ

 

                "แทคยอน จุนซูไม่อยากดื่มค็อกเทลแล้ว ขอเหล้าเลยได้ไหม" ไม่เคยเลยสักครั้งที่จุนซูจะทำกิริยาออดอ้อนขนาดนี้ กับเขายังนับครั้งได้  ชานซองหลับตานิ่ง ระงับอารมณ์โกรธไว้สุดชีวิต

 

                "อย่างจุนซูไม่เหมาะกับเหล้าหรอกนะคนดี ค็อกเทลเบาๆดีกว่านะ" คนดี..เมียกูไปเป็นคนดีของมึงตอนไหนวะไอ้อ๊ค แค่เดือนเดียวทำลามปาม ปั๊ดพ่อง..

 

                "จุนซูอยากดื่มเหล้านี่~"

 

                "เด็กดื้อเดี๋ยวโดนจุ๊บแก้มนะ"

 

 

                เพล้ง!

 

                 

                แก้วค็อกเทลของจุนซูถูกเขวี้ยงลงบนโต๊ะแตกกระจาย อูยองสะดุ้งเฮือก ชานซองมองผลงานตนเองก่อนจะเงยหน้ามองคนต้นเหตุ จุนซูมองกลับด้วยสายตาเย็นชา

 

                "ทำอะไรน่ะ รู้ไหมว่าเสียของ" นี่น่ะหรือคำที่เขาใช้ทักสามี นี่น่ะหรือครับคุณคิมจุนซู..

 

                "กลับบ้าน" เค้นเสียงลอดไรฟันเสียงต่ำ ยิ่งเห็นแทคยอนโอบเอวจุนซูยิ่งโมโหหนัก มันจะมากเกินไปแล้วนะ

 

                "ทำไมต้องกลับ ปกติฉันก็ไม่กลับอยู่แล้วนี่ นายจะเดือดร้อนทำไมกัน"

 

                "คิมจุนซู ฉันบอกให้กลับบ้าน!"

 

                "คืนนี้ฉันจะอยู่กับแทคยอน"

 

                "จุนซู!!!" ร่างสูงตะคอกดังก้อง จุกแน่นไปทั้งอกเมื่อจุนซูก่ายขาขึ้นนั่งคร่อมตักแทคยอนเอาไว้แถมยังโอบคอแทคยอนไว้อีก เสื้อผ้าที่ใส่ก็ทั้งบางทั้งยั่ว ไม่เหลือคราบคิมจุนซูแสนหยิ่งเลยแม้แต่นิดเดียว คนตรงหน้าเขาคือแมวยั่วสวาทชัดๆ

 

                เลือดในกายเย็นเฉียบ สบสายตากับดวงตาสีเข้มอย่างฉุนเฉียว คืนนี้เขาไม่มีทางกลับโดยไม่มีอีกคน หากจุนซูยังดื้อแพ่งอยู่ที่นี่เขาก็จะใช้กำลังบังคับกลับให้ได้

 

                สูดลมหายใจเข้าปอดอึกใหญ่ พยายามผ่อนอารมณ์ให้เย็นลงเท่าที่จะทำได้

 

                "กลับบ้านกันเถอะนะที่รัก"

 

                "แทคยอน เสร็จแล้วเราไปไหนต่อกันดีล่ะ" นอกจากจะไม่ตอบคำถามแล้วยังทำเป็นไม่สนใจอีก หันไปถามคนที่ตนนั่งตักอยู่จนปลายจมูกแทบชนกับปลายจมูกอีกฝ่าย

 

                ฮวางชานซองรู้สึกเหมือนตนเองเป็นระเบิดเวลาที่เวลาใกล้หมด

 

                "จุนซูตอบชานซองก่อนดีไหมครับ" แทคยอนเอ่ยเสียงนุ่ม จับคางจุนซูบีบเบาๆ

 

                คนตัวบางหน้ายู่ "จุนซูไม่อยากคุยกับชานซองนี่"

 

                "ทำไม คุยกับฉันมันน่าเบื่อนักหรือไง" ทะลุสวนขึ้นกลางป้อง จุนโฮเทเหล้าใส่แก้วยื่นส่งให้เผื่อว่าจะใจเย็นลง ร่างสูงรับไปกรอกปากรวดเดียวหมด สายตาจับจ้องคนรักไม่วางตา

 

                จุนซูทำเป็นไม่ได้ยินอีกหน

 

                เหล้าแก้วแรกผ่านลงคอไปตามด้วยแก้วที่สอง แก้วที่สาม...สี่...ห้า  ชานซองนั่งหน้าเครียดอยู่บนโซฟา จิบเหล้าพลางมองจุนซูกับแทคยอนกระหนุงกระหนิงกันไปพลาง

 

                เจ็บหัวใจ..เจ็บเหมือนใครเอาเหล็กร้อนๆมาจี้

 

                แสบไปทั้งอก แสบยิ่งกว่าตอนถูกเมินเฉย

 

                "กูอยากได้ผู้หญิง" หันไปบอกเพื่อนรักที่กำลังนั่งหยอกเย้าภรรยาอยู่เช่นกัน จุนโฮชะงัก มองชานซองอย่างไม่ค่อยแน่ใจ

 

                "มึงจะเอาไปทำอะไร"

 

                "พากลับไปเอาที่บ้าน" จุนซูชะงักเมื่อได้ยินชานซองเอ่ย แวบหนึ่งที่นัยน์ตาคู่สวยมีน้ำใสเอ่อคลอแต่แล้วเจ้าตัวกลับเช็ดมันออกก่อนที่ใครจะทันได้เห็น แทคยอนบีบเอวจุนซูเบาๆ

 

                "บ้านเลยเหรอ? ปกติมึงไม่เคยยอมให้ใครเข้าบ้านไม่ใช่เหรอวะ" 

 

                "บ้านนั้นมีกูอยู่คนเดียว กูจะทำอะไรก็ได้ไม่ต้องเกรงใจใคร" ปรายตามองคนตัวเล็กที่นั่งคอแข็งหน้าเชิดแล้วยิ่งอยากประชดหนัก รักแทคยอนมากใช่ไหม ดี เขาจะรักคนอื่นให้สะใจไปเลย!

 

                "เกรงใจจุนซูบ้างนะชานซอง" อูยองเห็นท่าไม่ดีจึงปราม ทว่าคนถูกปรามกลับยักไหล่

 

                "เกรงใจทำไม ในเมื่อคนบางคนยังมั่วไม่เกรงใจใครเล..."

 

 

                เพียะ!

 

 

                ใบหน้าคมหันไปตามแรงตบ ร่างบางมองอีกฝ่ายด้วยสายตาตัดพ้อก่อนจะวิ่งหนีไป แทคยอนทำท่าจะลุกตามแต่กลับถูกหยุดเอาไว้ด้วยกำปั้นของชานซองที่จ่อประชิดอก

 

 

                "ถ้ากูเห็นมึงเข้าใกล้เมียกูอีก มึงตาย"

 

 

 

 

 

 

 

                ร่างบางวิ่งชนคนนั้นคนนี้จนกระทั่งออกมาจากผับได้สำเร็จ ภาพตรงหน้าพร่ามัวด้วยหยาดน้ำตรงขอบตา ริมฝีปากสั่นระริกเช่นเดียวกับร่างกาย

 

                คืนนี้อากาศหนาวแต่คิมจุนซูกลับออกมาเผชิญลมหนาวด้านนอกด้วยเสื้อผ้าชั้นเดียวหัวใจหนาวยิ่งกว่ากาย ร่างบางทรุดตัวนั่งลงบนทางกั้นขอบของลานจอดรถ เด็กรับรถทำท่าจะเดินเข้ามาหาจึงรีบโบกมือไล่กลับไป

 

                 น้ำตาร่วงเผาะลงบนกางเกง ความเปียกชื้นซึมเข้าไปในเนื้อผิว นั่งกอดเข่าขดตัวคู้อยู่เพียงลำพัง เขาแค่ทำประชดชานซองเท่านั้น ไม่คิดเลยว่าคนที่ตนรักจะกล้าพูดจาทำลายน้ำใจได้ถึงขนาดนี้

 

                สัมผัสบางอย่างหล่นปุลงบนตัว...เสื้อโค้ตสีดำที่เขาจำได้ว่าเป็นเสื้อตัวโปรดของชานซอง หัวใจแทบหยุดเต้นอีกครั้งเมื่อเจ้าของเสื้อยืนอยู่ตรงหน้า

 

                มือใหญ่ฉุดคนตัวเล็กกว่าให้ลุกขึ้น กระชับเสื้อโค้ตคลุมไหล่

 

                "หนาวจะตายยังกล้าวิ่งออกมาทั้งที่ไม่มีเสื้อคลุมอีก"

 

                "ฉันจะกลับไปหาแทคยอน" เบี่ยงตัวหลบฉากแต่แล้วกลับถูกกระชากแขนลอยเข้าไปอยู่ในอ้อมกอด มือใหญ่และแขนแกร่งราวกับป้อมปราการป้องกันความหนาวเหน็บไม่ให้กระเทือนเนื้อผิว

 

                "จะกลับไปหามันอีกทำไม ติดใจมันนักหรือไง"

 

                "อย่างน้อยก็ดีกว่านาย ปล่อยฉัน" ทั้งผลักทั้งทุบเพื่อให้อีกฝ่ายปล่อย แต่มีหรือที่จะยอมให้เป็นอิสระ

 

                "ฉันไม่ปล่อย"

 

                "ฉันบอกให้ปล่อย"

 

                "ไม่ปล่อย"

 

                "ปล่อยฉันนะฮวางชานซอง ไอ้คนบ้า ไอ้คนเจ้าชู้ ไอ้คนหลายใจ อื้อ!!~" ริมฝีปากช่างว่าถูกปิดด้วยริมฝีปากของคนที่โมโหแทบทนไม่ไหว ร่างบางถูกรัดเข้าจนแทบจมหายเข้าไปในอก สัมผัสที่ได้รับไม่มีความอ่อนโยนเลยแม้แต่น้อย

 

                ร่างบางกระแทกกับรถคันหรูเต็มแรง เคราะห์ดีที่เจ้าของรถไม่ได้ติดตั้งสัญญาณกันขโมยไม่เช่นนั้นเสียงคงดังไปทั่วให้คนแห่มาดูพวกเขาเป็นแน่

 

                ริมฝีปากร้อนบดเบียดไม่เลิกรา ไม่ว่าจะพยายามผลักหรือตีแค่ไหนร่างสูงใหญ่ก็ไม่ยอมผละหนี ยังคงตามป้อนจูบจาบจ้วงเอาแต่ใจจนกว่าตนจะพอใจ

 

                "อย่าทำให้ฉันหึง"

 

                ชานซองกระซิบ ลมหายใจอุ่นปะทะกลีบเนื้อบวมตึง

 

                "อย่าทำให้ฉันโมโห"

 

                จมูกคลอเคลียแก้มนวล สูดกลิ่นเรือนกายหอมละมุน

 

 

                "อย่าทำให้ฉันเป็นบ้า...เพราะนาย..คิมจุนซู.." 

 

 

                ฟันคมขบลงบนเนื้ออ่อน ร่างงามกระตุกเฮือก สองมือถูกรวบด้วยมือใหญ่กว่า ฝากรอยรักไว้ที่คอแล้วไล่จูบปลายนิ้ว..ทีละนิ้ว..ทีละนิ้ว.. ประทับสัมผัสแผ่วเบาราวขนนกไว้บนนิ้วเรียวยาว

 

                จุนซูหลับตาลงช้าๆ รู้สึกเหนื่อยใจกับการกระทำของชานซองเหลือเกิน คำพูดจากปากร่างสูงเมื่อครู่นี้กระตุกใจ เกือบให้อภัยและยอมกลับบ้านไปแล้ว ทว่าความร้ายกาจที่เคยเผชิญมาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งกลับคอยย้ำเตือนว่าอย่าเชื่อใจผู้ชายคนนี้

 

                "ปล่อยฉันเถอะ" กลั้นใจพูดออกไป การกระทำทุกอย่างหยุดชะงักลงทันที ร่างสูงมองคนรักที่ตะเกียกตะกายออกจากอ้อมแขนตนด้วยความไม่เข้าใจ

 

                "กลับบ้านกันเถอะนะ"

 

                "ฉันจะกลับกับแทคยอน โอ๊ย!" ข้อมือขาวถูกกระชากเต็มแรง บีบจนห้อเลือด ร่างบางสะบัดมือออกแต่ก็เปล่าประโยชน์เมื่อมือหนากำมันไว้แน่น

 

                "อยากเป็นเมียมันมากใช่ไหม!" ร่างสูงตะคอก วินาทีนั้นจุนซูรู้ว่าเขาจุดชนวนระเบิดอารมณ์ของชานซองเข้าแล้ว

 

                "ปล่อยฉันนะชานซอง ปล่อย"

 

                "ถ้าอยากเป็นเมียมันมากนักก็มานี่!" ลากคนตัวบางกู่ลู่กู่ถังกลับเข้าไปในผับ แทคยอนนั่งคุยกับจุนโฮและอูยองอยู่ที่โต๊ะตัวเดิม ชายหนุ่มเกือบอ้าแขนรับเอาไว้ไม่ทันเมื่อจู่ๆชานซองก็เหวี่ยงจุนซูล้มลงมาใส่

 

                "มันอะไรกันเนี่ย"

 

                "นั่นเมียกู" ชานซองบอกเสียงเรียบ "เอาให้เบาๆด้วยเดี๋ยวเมียกูจะช้ำ คืนนี้กูยอมยกให้เมียกูเป็นเมียมึงหนึ่งคืน"

 

                "ชานซอง!" อูยองร้องออกมาอย่างไม่อยากเชื่อหูตนเอง ชานซองคนที่รักจุนซูมากน่ะหรือกล้าพูดจาแบบนี้

 

                จุนซูกัดปากจนเจ็บ วาจาร้ายกาจเสียดแทงเข้าไปถึงขั้วหัวใจ  ร่างบางซุกหน้าลงกับอกของแทคยอน ยิ่งทำให้ชานซองโกรธมากขึ้นเป็นสองเท่า

 

                "เมียกูยอมมึงแล้วเห็นไหม" แค่นยิ้มเมื่อเห็นจุนซูซุกอกแทคยอนทั้งที่ตนต้องการทำประชด จุนซูจะรู้หรือไม่ว่าเขาเองก็เจ็บไม่แพ้กัน

 

                "จะไปขึ้นสวรรค์ชั้นเจ็ดที่ไหนก็ไป จะไปบ้านกูบนเตียงกูก็ได้นะ ถือเสียว่าทับรอยกูไง"

 

                "โธ่ไอ้ชานซองไอ้เชี่ยเอ๊ย!!!!!" แทคยอนลุกพรวดพราดจะเข้ามาต่อยหน้าชานซองที่ยืดหน้ารอให้ต่อย จุนโฮตะครุบตัวแทคยอนไว้ อูยองช่วยฉุดแขนแทคยอนอีกแรง จุนซูได้แต่ก้มหน้ามองโซฟาซ่อนไม่ให้ชานซองเห็นน้ำตา

 

                โซฟากำมะหยี่สีเลือดหมูเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้มเพราะหยาดน้ำหยดใส่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

 

               

 

                ชานซองกลับออกไปแล้ว อูยองเลยย้ายพาจุนซูมายังส่วนออฟฟิศด้านใน จุนซูร้องไห้ปริ่มว่าจะขาดใจ แทคยอนและจุนโฮนั่งมองหน้ากัน ไม่มีใครกล้าเอ่ยถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาเลยสักคน

 

                "เกิดอะไรขึ้นน่ะ" นิชคุณเปิดประตูเข้ามาพอดี จุนซูโผเข้าหาผู้มาใหม่แล้วร้องไห้โฮ

 

                "คุณ..ชานซองไม่รักฉันแล้ว..ฉันจะทำไงดี คุณ.." ข่าวใหม่ที่ได้รับไม่ยักเป็นไปตามแผน นิชคุณ หรเวชกุลมองหน้าคนนั้นทีคนนี้ทีเหมือนต้องการคำตอบ

 

                อูยองเป็นฝ่ายตอบคำถามให้ "ชานซองมาตามจุนซูเมื่อกี้นี้แล้วเจอจุนซูอยู่กันแทคยอนก็เลย..เอ้อ..ทะเลาะกัน ชานซองอาละวาดแรงน่าดู"

 

                คนฟังขมวดคิ้วแล้วถามกลับ "แรงแบบไหน"

 

                "มันไล่ฉันให้ไปนอนกับจุนซู" ตาโตๆโตขึ้นกว่าเดิมเมื่อได้ยินคำตอบจากคนที่ตนชอบ เผลอตัวจิกตาใส่ด้วยความหึงทำเอาแทคยอนหน้าเหวอรีบปฏิเสธ

 

                "ฉันไม่เกี่ยวนะ ไอ้ชานซองมันพูดเอง"

 

                "ก็แล้วไปทำอะไรให้ชานซองต้องพูดแบบนั้นล่ะ"

 

                "ฮืออออออออออออออออ" เสียงร้องไห้จากจุนซูทำให้นิชคุณต้องพักรบสงบใจมาให้คำปรึกษาก่อนที่เพื่อนจะฟูมฟายไปมากกว่านี้

 

                เรื่องราวถูกถ่ายทอดให้นิชคุณฟังอีกต่อ ร่างเพรียวฟังแล้วไม่อยากเชื่อหูตนเอง ฮวางชานซองกล้าพูดแรงๆกับจุนซูถึงขนาดนี้เชียวหรือ ชานซองเนี่ยนะ ต่อให้หน้าหม้อเจ้าชู้แค่ไหนก็ไม่เคยทำอะไรจุนซูไม่ใช่เรอะ!?!

 

                ความเงียบเข้าปกคลุมชั้นบรรยากาศ ความสนุกหนีไปกระจุกตัวอยู่ซอกหลืบลึกเหลือเพียงความหดหู่และความตึงเครียดออกมาเริงร่าในความรู้สึก แว่วเสียงสะอื้นจากคนที่เจ็บปวดที่สุดในค่ำคืนนี้ อูยองนั่งลูบมือปลอบจุนซูปล่อยให้นิชคุณเดินไปเดินมาเหมือนหนูติดจั่น

 

                เครียดแล้วก็ต้องดื่มเหล้า จุนโฮสั่งเหล้ามาอีกชุดแบ่งกันดื่มกับแทคยอนสองคน สองหนุ่มนั่งมองสามสาวทุกข์ระทมแล้วพาลคิดหนักไปด้วยในเมื่อคนที่ทำให้จุนซูร้องไห้คือเพื่อนรักของตนเอง

 

                "มึงว่าชานซองพูดจริงไหมวะ" จุนโฮถาม

 

                แทคยอนส่ายหน้า กระดกเหล้าเข้าปากอีกหน

 

                "กูไม่รู้ว่ะ แต่สีหน้าแม่งโคตรน่ากลัวเลยนะเว้ย แล้วยิ่งตอนมันขู่กูไม่ให้ออกไปตามจุนซูอ่ะกูรู้เลยว่ามันเอาจริง มันหวงเมียอย่างกับอะไรดีมึงก็รู้"

 

                "แล้วทำไมมันกล้ายกจุนซูให้มึงวะ"

 

                "ไม่รู้ว่ะ.." เหลือบมองจุนซูที่ยังคงร้องไห้แล้วยิ่งสงสาร อันที่จริงเขาไม่ต้องเล่นให้สมบทบาทขนาดนี้ก็ได้ นิชคุณขอแค่ไปรับไปส่ง คุยกระหนุงกระหนิงกับจุนซูนิดหน่อยพอให้ชานซองหึงมันจะได้เลิกเจ้าชู้มาเที่ยวตามหึงจุนซูแทน แต่ดันผิดแผนไปหน่อย มันเสือกโกรธจริงเสียอย่างนั้น

 

                นิชคุณเดินไปมาจนรู้สึกเวียนหัวจึงหยุดเดิน พอเงยหน้าขึ้นมาก็พบว่าตนยืนอยู่คนเดียวโดยมีอีกสี่คนที่เหลือนั่งอยู่บนโซฟา บาร์เทนเดอร์คนสวยค้อนขวับใส่แทคยอน

 

                "ช่วงเวลาซีเรียสยังจะเมาได้อีกนะ"

               

                "ขอนิดนึงน่าคุณ ฉันยังไม่เมาเลยนะ"

 

                "ฉันว่าเราใช้แผนนี้ต่อไปไม่ได้ผลแล้วล่ะ" นิชคุณไม่สนใจคำตอบของแทคยอน เดินมานั่งข้างจุนซูอีกฝั่งแล้วจับมือจุนซูบีบเบาๆ "เปลี่ยนแผนเถอะ"

 

                "แล้วจะใช้แผนอะไรล่ะ ขอแผนที่ทำให้รักกันได้นะคุณ ไม่เอาที่ทำแล้วแตกกัน" นิชคุณจิ๊ปากเมื่อถูกอูยองจิก ร่างเพรียวนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะอ้าปากพูด

 

                "ฉันว่า.."

 

                "ฉันตัดสินใจแล้ว" จุนซูพูดสวนขึ้นมา ใบหน้าหวานเต็มไปด้วยคราบน้ำตา จมูกและตาแดงก่ำ เรือนผมส่วนที่ปรกหน้าผากยุ่งเหยิง มือสอดประสานกันบนหน้าตักบีบแน่น

 

 

               

                "ฉันจะเลิกกับชานซอง"

 

 

 

 

               

 

 

 

 

 

 ทูบีคอนติ๊นิว

----------------------------------------------------

เอามาลงต่อแว้ว ><

[SF] I don't care [1/3] (ChanSu)

posted on 12 Jan 2012 15:40 by tictoc13  in SF-2PM

Title: I don't care

Pairing : Chan x Su

Author : tictoc13

Rating : PG-13

Author note : เมื่อรักกันไม่ได้ก็ไม่รัก ไม่เห็นจักเกรงการสถานไหน

 

 

 

               

                ภาพชายหนุ่มร่างสูงใหญ่กำลังพลอดรักกับหญิงสาวคนหนึ่งอยู่ที่หน้าห้องน้ำทำเอาใครต่อใครหลายคนเหลียวมอง แต่ดูท่าทั้งคู่จะไม่สะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อย ริมฝีปากของชายหนุ่มไม่ยอมผละออกจากซอกคอของหญิงสาวเช่นเดียวกันกับที่หล่อนไม่ยอมละมือออกจากหัวเข็มขัดของอีกฝ่าย

 

                จุนซูมองฉากรักไม่แคร์สื่อนั้นด้วยสายตาเรียบเฉยแม้ในใจจะสะอิดสะเอียนนึกอยากอาเจียนมากเพียงใดก็ตาม ก้อนเนื้อในอกที่เรียกขานกันว่าหัวใจดูจะเต้นช้าลงเมื่อเห็นใบหน้าของฝ่ายชายเต็มตา

 

                ขาเพรียวเปลี่ยนที่หมายจากห้องน้ำเป็นกลับไปยังบาร์เคาน์เตอร์ด้านหน้าแทน ทันทีที่เห็นสีหน้าของร่างบางบาร์เทนเดอร์หนุ่มซึ่งคุ้นเคยกันดีก็รีบส่งค็อกเทลให้อย่างเอาใจ

 

                "เหมือนเดิมล่ะสิ" นิชคุณเอ่ย  จุนซูพยักหน้าพร้อมกับแค่นยิ้มออกมาแกนๆ

 

                "เสือไม่มีวันทิ้งลายหรอก"

 

                "แล้วจะทำยังไงล่ะ"

 

                ไร้คำตอบจากคนถูกถาม  จุนซูก้มหน้าลงมองสีของค็อกเทลในแก้วตนเองก่อนจะกระดกมันลงคอรวดเดียวหมดแล้วส่งแก้วเปล่าให้นิชคุณที่รอรับอยู่แล้ว

 

                "ตัวต่อไปเอาแรงกว่าเดิมไหม"

 

                "ไม่ ขอจินโทนิคก็พอ"

 

                ค็อกเทลแก้วที่สองผ่านเข้าปากไม่ทันไรก็มีเหตุให้ต้องวางแก้วลงบนเคาน์เตอร์  นัยน์ตาเรียวหรี่มองคนรักอย่างไม่ใคร่พอใจและเหมือนว่าอีกฝ่ายจะรู้ตัว แขนแกร่งกอดรัดเอวบางรั้งร่างแม่ทูนหัวเข้ามาใกล้แล้วหอมแก้มแทนการง้องอน

 

                "หน้าบูดจังครับที่รัก วันนี้ไม่สนุกหรือ" ชานซองถาม  นิชคุณที่ยืนอยู่ใกล้ๆกลอกตาขึ้นฟ้ารีบเดินหนีไปทางอื่น เขาไม่อยากฟังคำแก้ตัวแบบแหลๆของไอ้หมอนี่เลยให้ตาย ไม่รู้จุนซูทนได้อย่างไร

 

                "ว่าไงครับคนสวย ทำไมหน้าบูดจังเลยล่ะ" ชายหนุ่มผู้ไม่รู้ชะตากรรมของตนยังถามต่อไป

 

                "ไม่ชอบกลิ่นน้ำหอม" จุนซูเสียงห้วน  ชานซองขมวดคิ้ว

 

                "น้ำหอมกลิ่นนี้จุนซูเป็นเลือกให้ฉันเองนี่นา ทำไมจู่ๆถึงบอกว่าไม่ชอบล่ะ"

 

                ร่างบางวาดแขนขึ้นโอบคอคนรักรั้งใบหน้าหล่อเหลาให้โน้มลงมาหาตน กลีบปากอิ่มแตะแผ่วที่ริมฝีปากหยักเชิงหยอกเย้าก่อนจะสอดลิ้นเข้าไปแลกจุมพิตเร่าร้อน  เรียวลิ้นเกี่ยวกระหวัดแลกเปลี่ยนความหอมหวานซึ่งกันและกัน สมใจแล้วก็ผละออก

 

                นัยน์ตาสีเปลือกไม้มองต่ำลงไปยังปกเสื้อของคนรักที่มีรอยลิปสติกเปื้อนอยู่แล้วกระตุกยิ้ม ปลายนิ้วชี้แตะริมฝีปากของตนแล้วแตะที่ริมฝีปากของอีกฝ่าย เสียงหวานเอ่ยขึ้นฟังดูเย็นเยียบจนฮวางชานซองหนาวไปทั้งกาย

 

 

                "ฝากบอกยายเจ้าของลิปสติกด้วยนะว่าฉันไม่ชอบจูบซ้ำรอยใคร"

 

               

 

 

 

 

 

 

 

 

                ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันเมื่อเห็นวัตถุสีเงินขนาดเล็กวางอยู่บนโต๊ะ ต่อให้ไม่ต้องใส่แว่นเขาก็มองออกว่ามันคืออะไร เขาไม่ได้สายตาสั้นถึงขนาดมองอะไรไม่ชัดในระยะประชิด

 

                สองมือกำหมัดแน่น บีบนิ้วเข้าหากันจนรู้สึกได้ถึงผิวเนื้อที่ถูกกดทับด้วยตัวแหวน

 

                แหวนที่มีหน้าตาเหมือนแหวนบนโต๊ะไม่มีผิดเพี้ยน..

 

                คิมจุนซูขับรถเร็วเหมือนพายุ นิชคุณได้แต่มองเพื่อนแล้วสวดมนต์ในใจ เข็มไมล์ขยับเกินร้อยไปแล้วและคาดว่ามันจะเพิ่มขึ้นอีก

 

                การจราจรเคลื่อนตัวไปได้ตามปกติทว่ากลับได้ยินเสียงแตรไม่ขาดสายเพราะจุนซูขับรถปาดซ้ายปาดขวาฝ่าไฟแดงแบบไม่แยแสรถตำรวจและใบสั่งที่จะส่งไปที่บ้าน ในใจของร่างบางร้อนรุ่ม แน่นอกจวนเจียนจะระเบิด

 

                คิดหรือว่าจะหนีฉันได้น่ะฮวางชานซอง!

 

                "ขับรถช้าลงหน่อยดีไหมจุนซู ฉันกลัว" นิชคุณเอ่ยเมื่อชักทนไม่ไหว เขายังไม่อยากตายตอนนี้หรอกนะ ยังไม่ใช้ชีวิตไม่คุ้มเลย

 

                จุนซูปรายตามองแวบหนึ่ง

 

                "เช็คที่อยู่ของชานซองให้ฉันหน่อยสิว่ายังอยู่ที่เดิมไหม" ได้แต่ถอนหายใจกับคำตอบกลับ และแทนที่จะลดความเร็วลงตามที่ขอร่างบางกลับเร่งความเร็วขึ้นอีก นิชคุณทำได้เพียงหยิบโทรศัพท์ของจุนซูมากดเช็คที่อยู่ของชานซองตามที่เพื่อนรักสั่ง

 

                เลกซัสสีบรอนซ์เงินแสนคุ้นตาจอดอยู่ในลานจอดรถวีไอพี จุนซูหลับตานิ่ง พยายามหักห้ามใจไม่ให้ตนขับรถพุ่งชนรถคันนั้นไปเสียก่อน ป่านนี้เจ้าของรถคงกำลังระเริงรื่นกับผู้หญิงไม่เลือกหน้าอยู่สินะ

 

                เปิดประตูลงจากรถโดยไม่รอคนมาด้วย โยนกุญแจให้นิชคุณล็อกรถแทนแล้วก้าวยาวๆเข้าไปในผับ ซีเคียวริตี้การ์ดด้านหน้าโค้งคำนับให้อย่างสุภาพ จุนซูเป็นเพื่อนของเจ้าของร้านจึงมีสิทธิ์เต็มที่ทำได้แม้กระทั่งจอดรถขวางทางจอดรถไม่แคร์ใคร

 

                นิชคุณส่งกุญแจรถให้เด็กรับรถคนหนึ่งเอารถไปจอดก่อนจะรีบวิ่งตามจุนซูเข้าไป

 

                พรมสีแดงปูทางเดินช่างหรูหรา แขกจำนวนมากนั่งสังสรรค์กันอยู่ที่โต๊ะของตนเอง บ้างก็นั่งหน้าเคาน์เตอร์มองสาวๆที่กำลังแดนซ์เมามันอยู่กลางฟลอร์

 

                "ว่าไงจุนซู" อูยองร้องทักเมื่อเห็นเพื่อนรักเดินตรงมาหาตนก่อนจะส่งยิ้มไปให้นิชคุณที่อยู่ด้านหลัง

 

                "ชานซองอยู่ที่นี่หรือเปล่า"

 

                "อยู่สิ" บุ้ยใบ้ไปยังห้องวีไอพีกระจก "จุนโฮก็อยู่ แทคยอนก็อยู่ด้วยนะนิชคุณ" ประโยคหลังหันไปบอกนิชคุณที่หน้าแดงขึ้นกะทันหัน  อูยองอมยิ้ม ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าบาร์เทนเดอร์คนสวยประจำผับชื่อดังแอบหลงรักเพื่อนของจุนโฮ

 

                "จุนซู" นิชคุณคว้าแขนไว้ก่อนที่จุนซูจะทันได้เดินไปยังห้องวีไอพี "อย่าเพิ่งเข้าไปเลยนะ รอดูท่าทีก่อน"

 

                "รอดูอะไรอีกล่ะ!" ใบหน้าสวยบูดบึ้ง สะบัดแขนออกจากการเกาะกุม "จะให้ฉันรอดูอะไรอีก รอดูชานซองคั่วผู้หญิงเล่นหนังสดหน้าห้องน้ำแบบวันนั้นที่ผับนายน่ะเหรอ!" น้ำตารื้นขึ้นเอ่อคลอทำเอาอูยองและนิชคุณพูดอะไรไม่ออก

 

                อูยองพาจุนซูมาสงบสติอารมณ์ในออฟฟิศทางด้านหลัง ร่างบางนั่งตัวสั่นเห็นได้ชัดว่ากลั้นน้ำตาไว้แทบไม่อยู่ เสียงสะอื้นเล็ดลอดออกมาเป็นพักๆ มือประสานไว้บนหน้าตักบีบแน่น

 

                นิชคุณตามเข้ามาทีหลังพร้อมแชมเปญในมือ ส่งแก้วหนึ่งให้อูยองอีกแก้วส่งให้จุนซู

 

                "จิบหน่อยเผื่อจะใจเย็นลง"

 

                จุนซูมองน้ำสีอำพันมีฟองในแก้วแล้วเม้มปาก หากเป็นเวลาปกติเขาคงไม่ลังเลที่จะดื่มมัน ทว่าเวลานี้กลับไม่ใช่ เขาไม่สามารถทำอะไรได้เลยในสภาวะจิตกดดันเช่นนี้

 

                "ฉันไม่ดื่ม" ส่งกลับให้คนเอามา นิชคุณถอนหายใจ

 

                "ปล่อยวางเสียบ้างน่ะจุนซู ชานซองมาเที่ยวผับของอูยองนะ มีจุนโฮกับแทคยอนอยู่ด้วยคงไม่กล้าเต๊าะหญิงที่ไหนหรอก"

 

                "ชานซองถอดแหวนทิ้งไว้ที่บ้าน" ร่างบางเอ่ยเสียงสั่น กลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหวได้แต่ปล่อยให้ไหลอาบแก้ม  นิชคุณและอูยองตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน

 

                "ชานซองถอดแหวนคู่เหรอ?" ถามย้ำเพื่อความแน่ใจ  จุนซูพยักหน้า

 

                "ฉันเห็นแหวนวางอยู่บนโต๊ะเลยเช็คจากโทรศัพท์แล้วไปรับนายออกมาไงล่ะนิชคุณ ยังดีนะที่มาผับของอูยองถ้ามาผับคนอื่นฉันไม่รู้ว่าฉันจะควบคุมตัวเองได้ไหม" เสียงหวานสั่นเครือจนน่าใจหาย ผู้ร่วมรับรู้เหตุการณ์ทั้งสองได้แต่นั่งทำตาปริบๆ สุดแสนกระอักกระอ่วนใจ กลืนไม่เข้าคายไม่ออก

 

                ความเงียบเข้าปกคลุม ไร้บทสนทนาจากคนสามคนที่ทำตัวเหมือนคนไม่รู้จักกันชั่วขณะ จุนซูร้องไห้พลางสะอื้น นิชคุณจิบแชมเปญครั้งแล้วครั้งเล่า อูยองนั่งกอดอกนิ่งเงียบ

 

                หมุนแหวนที่นิ้วนางข้างซ้ายอย่างใจลอย จุนซูไม่รู้เลยว่าเขาควรทำอย่างไรต่อไป เขาอยากถามชานซองนักว่าทำไมถึงทำแบบนี้ ทำไมทำให้เขาเจ็บปวดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำไมต้องรั้งเขาไว้ด้วยคำว่ารักทั้งที่ไม่ซื่อสัตย์ต่อกัน

 

                ผ้าเช็ดหน้าชื้นด้วยน้ำตา ดวงตาเรียวรีที่มักทอประกายมั่นใจอยู่เสมอกลับหมองเศร้า ริมฝีปากแดงเป็นจ้ำๆเพราะถูกฟันขบ จากแชมเปญเปลี่ยนเป็นเหล้าดีกรีสูง จุนซูกระดกเหล้าเข้าปากอย่างไม่เกรงกลัวว่าจะเมา นิชคุณได้แต่จิบพอเป็นพิธีเนื่องจากมั่นใจว่าตนต้องเป็นคนขับรถกลับแทน คงไม่ดีแน่หากเมากันสองคน

 

                แหวนทองคำขาวเนื้อเกลี้ยงถูกถอดออกโยนลงบนพื้นพรม ร่างบางฟุบหน้าลงกับพนักโซฟา น้ำตาไหลออกมาอีกครั้ง อำนาจของแอลกอฮอล์ประกอบกับความเสียใจบั่นทอนสติของจุนซูอย่างรวดเร็ว

 

                "ทำไมถึงทำกับฉันแบบนี้" เสียงหวานขาดหาย ก้อนสะอื้นตีตื้นจนหายใจไม่ออก ขดร่างลงนอนตะแคงกับโซฟา ใช้แขนบังใบหน้าเอาไว้  "ไม่รักกันแล้วใช่ไหม.."

 

                อูยองและนิชคุณมองหน้ากัน พูดอะไรไม่ออกทั้งคู่

 

                "จุนซู" อูยองเรียก จุนซูผินหน้าไปมองคนเรียกแวบหนึ่ง

 

                "อะไรเหรอ"

 

                "นายจะมัวนั่งร้องไห้อยู่อย่างนี้น่ะหรือ นายไม่เหมือนคิมจุนซูที่ฉันรู้จักเลยนะ"

 

                ริมฝีปากแค่นยิ้มยากเย็น คำพูดของเพื่อนรักราวกับลิ่มเหล็กตอกทิ่มลงกลางใจ ใช่..คิมจุนซูไม่เคยยอมใคร ไม่เคยอ่อนแอ ทว่าวันนี้เขากลับหมดแรงเพราะคนที่ชื่อฮวางชานซอง

 

                "แล้วนายจะให้ฉันทำยังไงล่ะ ฉันเบื่อกับการคอยตามชานซองเต็มทีแล้ว ฉันเหนื่อย"

 

                "ฉันว่าฉันมีวิธีนะ" นิชคุณเอ่ย สองหนุ่มหันไปมองคนเจ้าแผนการซึ่งส่งยิ้มเจ้าเล่ห์มาให้ นิชคุณแกว่งแก้วเหล้าในมือจนน้ำสีอำพันแทบกระฉอกออกมาด้านนอก

 

                "วิธีอะไร" อูยองถาม  นิชคุณยักคิ้วแผล็บ

 

                "วิธีนี้จะทำให้ชานซองเชื่องยิ่งกว่าหมีได้น้ำผึ้งอีก ไม่เชื่อคอยดู"

 

 

               

 

 

 

 

                แขนแกร่งช้อนร่างบอบบางขึ้นมาไว้ในวงแขน ลมหายใจร้อนผ่าวผสมกลิ่นแอลกอฮอล์ลอยมากระทบจมูก คนตัวโตขมวดคิ้วเมื่อเห็นสภาพคนรัก  อูยองโทรมาบอกจุนโฮว่าจุนซูนอนหลับอยู่ที่ออฟฟิศให้เขามารับกลับด้วย ไม่เห็นจุนซูบอกเขาสักคำว่าจะมา

 

                "จุนซูดื่มเหล้าเหรอ" หันไปถามอูยอง  คนถูกถามพยักหน้า

 

                "มากพอดูเลยล่ะ ยังดีนะที่เมาแล้วหลับ"

 

                "ไม่เคยเป็นแบบนี้เลยน้า" บ่นพึมพำกับตัวเอง กระชับร่างบางแนบอก รับเสื้อคลุมที่จุนโฮส่งให้มาคลุมตัวจุนซูเอาไว้  พลันสายตาเหลือบไปเห็นแหวนบนโต๊ะ ใบหน้าคมคายกระตุก

 

                สี่คนที่เหลือดูจะรู้สถานการณ์จึงไม่มีใครว่าอะไรเมื่อชานซองเม้มปาก หยิบแหวนใส่กระเป๋ากางเกง หอมขมับจุนซูหนึ่งทีก่อนจะขอตัวพาคนรักกลับบ้าน

 

                รถคู่ใจของฮวางชานซองแล่นไปตามท้องถนนอย่างเชื่องช้า เขาไม่อยากเสี่ยงขับเร็วให้เจอด่านตรวจหรือโดนตำรวจไล่ตามสักเท่าไร ภายในรถอบอุ่นกว่าขามาเพราะอากาศข้างนอกค่อนข้างเย็นแถมยังมีคนตัวเล็กขี้หนาวติดรถกลับมาด้วย

 

                ปลายนิ้วเกลี่ยแก้มนวล สัมผัสได้ถึงไอร้อนจากผิวแก้ม มองนิ้วมือว่างเปล่าของร่างบางแล้วได้แต่เม้มปาก จุนซูไม่เคยทำแบบนี้มาก่อน นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็น

 

                "ทำไมนายถึงถอดแหวนคู่ของเราออกล่ะจุนซู"

 

                ชายหนุ่มได้แต่ตั้งคำถามในใจ โดยลืมไปว่าตนก็ถอดแหวนออกเช่นกัน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                เมื่อตื่นขึ้นมาอีกครั้งคิมจุนซูก็พบว่าตนกำลังนอนอยู่บนเตียงในห้องนอน  อาการปวดหัวเริ่มเล่นงานจากการเมาค้าง ของเหลวในกระเพาะร่ำร้องหาทางออกมาแถมยังส่งน้ำย่อยมาชิมลางจนขมเปรี้ยวไปทั่วปาก

 

                พยุงกายลุกขึ้นนั่งอย่างทุลักทุเล เสื้อผ้าที่สวมใส่ก็เปลี่ยนไปด้วย เขาอยู่ในชุดนอนผ้านิ่มสีฟ้าอ่อนตัวโปรด ใครเป็นคนเปลี่ยนให้เขา แล้วใครเป็นคนพาเขากลับบ้านกันนะ

 

                ตะเกียกตะกายเข้าไปในห้องน้ำอาเจียนจนตัวโก่ง ของเหลวสีขุ่นเหนียวหนืดทั้งขมทั้งเปรี้ยวรสชาติห่วยแตกเกินบรรยาย เมื่อคืนเขาไม่มีอะไรตกถึงท้องนอกจากเหล้า ช่างเป็นการอาเจียนที่แสนทรมานเสียนี่กระไร

 

                ฟุบหน้าลงกับอ่างล้างหน้าก่อนจะเปิดก๊อกน้ำวักน้ำมาล้างหน้าแปรงฟัน อาบน้ำถูสบู่พอเป็นพิธีแล้วคว้าชุดคลุมอาบน้ำมาสวมใส่เดินออกจากห้องน้ำไป

 

                เสียงกุกกักดังมาจากห้องครัว คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน นาฬิกาที่ผนังบอกเวลาเจ็ดนาฬิกา ชานซองทำอะไรในครัวแต่เช้ากันนะ             

 

                กลิ่นไข่คนและเบคอนทอดโชยมาตามด้วยกลิ่นเมล็ดกาแฟคั่วบด ร่างสูงฮัมเพลงไปทำอาหารไปอยู่หน้าเตา บนเคาน์เตอร์ใกล้กันนั้นเครื่องต้มกาแฟกำลังทำงาน

 

                อาหารเช้าหน้าตาน่าทานสองจานเสร็จเรียบร้อย ร่างสูงถอดผ้ากันเปื้อนพาดไว้ขอบเก้าอี้ก่อนจะยิ้มกว้างเมื่อเห็นร่างบางในชุดเสื้อคลุมสีขาวยืนทำหน้าง่วงอยู่หน้าประตูครัว

 

                "ทานอาหารเช้าสิจุนซู"

 

                "ฉันไม่หิว" ปฏิเสธคำชวนผิดปกติวิสัยเช่นทุกครา เดินผ่านคนรักที่ทำหน้าเหวอไปรินกาแฟใส่แก้วแล้วดื่มโดยไม่ใส่น้ำตาลหรือนมแม้แต่นิดเดียว กาแฟดำขมแสนขมกลับขมได้ไม่ถึงครึ่งของหัวใจ

 

                มือหนาแตะลงบนสะโพก รู้สึกได้ถึงร่างใหญ่โตของใครอีกคนขยับมายืนซ้อนหลัง

 

                "คนสวยของผมเป็นอะไรครับ" เอ่ยถามเสียงนุ่ม หากเดาไม่ผิดคนตัวเล็กกว่าคงโกรธเรื่องที่เขาหนีไปเที่ยวไม่บอกกล่าวกันเป็นแน่

 

                "ไม่ได้เป็นอะไรทั้งนั้นล่ะ" ตอบกลับเสียงเรียบ วางแก้วกาแฟที่ยังดื่มไม่หมดลงบนเคาน์เตอร์ "ฉันแค่รู้สึกเบื่อนิดหน่อย"

 

                "เบื่ออะไรครับ" ขโมยหอมแก้มนวลฟอดใหญ่ กลิ่นครีมอาบน้ำแสนคุ้นเคยผสมกลิ่นกายช่างเย้ายวนใจ "ใครทำให้คนสวยเบื่อได้ลงคอ หืม?"

 

                "นายไง" นัยน์ตาสีดำเย็นเยียบ จ้องมองอีกฝ่ายราวกับเป็นตัวประหลาด "ฉันเบื่อพฤติกรรมแย่ๆของนายเต็มทีแล้วฮวางชานซอง"

 

                ร่างสูงนิ่งเงียบเหมือนถูกสะกด ใช้เวลาอยู่นานกว่าจะตั้งสติได้

 

                "จุนซูพูดเรื่องอะไร"

 

                "ฉันยอมนายมามากพอแล้วและฉันจะไม่ยอมนายอีก นายเที่ยวได้ฉันก็เที่ยวได้ ฉันมีคนอื่นฉันก็มีคนอื่นได้" ชูมือข้างซ้ายขึ้นให้เห็นรอยแหวนบนนิ้วที่ไร้แหวน

 

                "นายถอดแหวนคู่ของเราได้ ฉันเองก็ถอดได้เหมือนกัน"

 

                 พูดจบก็เดินออกจากห้องครัวอย่างรวดเร็ว ชานซองรีบเดินไปดักหน้า กระชากแขนจุนซูที่ทำท่าจะเบี่ยงตัวหนีให้หันมาประจันหน้า ชายหนุ่มไม่อยากเชื่อเลยว่าเขาจะได้ยินคำนี้จากคนที่ยอมเขาทุกอย่างอย่างจุนซู

 

                "จุนซู จุนซูพูดอะไรออกมารู้ตัวไหม"

 

                "รู้สิ" คาดว่าจะได้เห็นน้ำใสเอ่อคลอบนดวงตาคู่สวย ทว่ากลับผิดคาดเมื่อดวงตาคู่นั้นมีเพียงความว่างเปล่าและเฉยชา  "ฉันรู้ตัวตลอดล่ะว่าตัวเองทำอะไรลงไป ปล่อยฉัน"

 

                "ฉันไม่ปล่อย"

               

                "ฉันบอกให้ปล่อย!" สะบัดแขนเต็มแรงจนหลุดแล้ววิ่งหายเข้าไปในห้องนอน ร่างสูงวิ่งตามไปติดๆแต่ก็ไปไม่ทัน คนตัวเล็กอาศัยความไวกว่าปิดประตูล็อกกลอนห้องนอนเรียบร้อยทิ้งให้อีกคนยืนทุบประตูอยู่ด้านนอก

 

                "เปิดประตูเดี๋ยวนี้นะจุนซู ฉันบอกให้เปิด"

 

               

 

 

 

                "ถ้านายไม่เปิดฉันจะพังประตูแล้วนะ"

 

 

 

 

 

                "จุนซู ฉันพังประตูจริงๆนะ"

 

 

 

 

                "จุนซู จุนซู เปิดสิจุนซู โธ่เว้ย!"  กำปั้นทุบประตูดังโครม! ร่างสูงหันหลังพิงประตูก่อนจะค่อยๆทรุดลงนั่งกับพื้น ภายในห้องเงียบสนิท ทั้งที่คาดว่าจะได้ยินเสียงร้องไห้กลับไม่ได้ยิน ทั้งที่คาดว่าจะได้ยินเสียงทำลายข้าวของกลับไม่ได้ยินอีกเช่นกัน

 

                จุนซูเปลี่ยนไป จากคิมจุนซูขี้หึงกลายเป็นคิมจุนซูแสนเย็นชาภายในชั่วข้ามคืน..

 

                แหวนคู่กลับมาอยู่บนนิ้วของชานซองอีกครั้ง เมื่อคืนเขาจะออกไปดื่มเหล้าเลยถอดแหวนทิ้งเอาไว้ ดูท่าจุนซูคงจะโกรธหนักมากเลยถอดแหวนของตนออกบ้าง

 

                ความหวาดกลัวเข้ากัดกินจิตใจ หากคราวนี้จุนซูโกรธหนักมากจนไม่ให้อภัยเขาล่ะ ร่างบางไม่เคยพูดแบบนี้กับเขามาก่อนเลยตั้งแต่คบกันมา จุนซูเป็นคนหนักแน่น เข้มแข็ง เก็บความรู้สึกเก่ง ไม่เคยเลยสักครั้งที่จะพูดรุนแรงกับเขา

 

                หรือว่าเขาจะทำเกินไป หลงระเริงกับความเพลย์บอยของตนเองจนลืมนึกถึงความรู้สึกของจุนซู

 

 

                เสียงกริ่งหน้าประตูดังขึ้น ชานซองขมวดคิ้วก่อนจะเดินไปเปิดประตูอย่างเสียมิได้เมื่อเสียงกดออดดังรัวถี่ยิบไม่หยุด นึกอยากตั๊นหน้าคนกดออดจับใจ ใครกันบังอาจเสียมารยาทมารบกวนแต่เช้าตรู่

 

                "มาทำไมแต่เช้าวะ" เอ่ยถามเมื่อเห็นว่าผู้มาเยือนคือใคร  แทคยอนยืนยิ้มแฉ่งอยู่หน้าประตู ในมือมีช่อดอกไม้แสนสวย เอาให้ใครกันล่ะนี่ แน่นอนว่าไอ้เพื่อนตัวแสบคงไม่คิดสั้นเอาดอกไม้มาให้เขา

 

                "มาหาจุนซู" แทคยอนตอบ  ชานซองขมวดคิ้วหนักกว่าเดิม

 

                "มีธุระอะไรกับจุนซู"

 

 

 

                "ฉันมารับจุนซูไปเดท"

 

 

 

 

                ตั้งแต่รู้จักกันมา ไม่มีครั้งไหนที่ฮวางชานซองอยากต่อยหน้าอ๊คแทคยอนมากเท่าครั้งนี้..

 

               

 

               

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ทูบีคอนติ๊นิว 

-----------------------------------------------
 
อะไรกันนี่ *หัวเราะ* 
 
ฟิครับวันเกิดจุนซูยังไม่ได้เริ่มเขียนเลย อร๊ายยยยยยยยยยย
 
ลัดคิวลงฟิคชานซู ><