Title: I don't care
Pairing : Chan x Su
Author : tictoc13
Rating : PG-13
Author note : เมื่อรักกันไม่ได้ก็ไม่รัก ไม่เห็นจักเกรงการสถานไหน
ภาพชายหนุ่มร่างสูงใหญ่กำลังพลอดรักกับหญิงสาวคนหนึ่งอยู่ที่หน้าห้องน้ำทำเอาใครต่อใครหลายคนเหลียวมอง แต่ดูท่าทั้งคู่จะไม่สะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อย ริมฝีปากของชายหนุ่มไม่ยอมผละออกจากซอกคอของหญิงสาวเช่นเดียวกันกับที่หล่อนไม่ยอมละมือออกจากหัวเข็มขัดของอีกฝ่าย
จุนซูมองฉากรักไม่แคร์สื่อนั้นด้วยสายตาเรียบเฉยแม้ในใจจะสะอิดสะเอียนนึกอยากอาเจียนมากเพียงใดก็ตาม ก้อนเนื้อในอกที่เรียกขานกันว่าหัวใจดูจะเต้นช้าลงเมื่อเห็นใบหน้าของฝ่ายชายเต็มตา
ขาเพรียวเปลี่ยนที่หมายจากห้องน้ำเป็นกลับไปยังบาร์เคาน์เตอร์ด้านหน้าแทน ทันทีที่เห็นสีหน้าของร่างบางบาร์เทนเดอร์หนุ่มซึ่งคุ้นเคยกันดีก็รีบส่งค็อกเทลให้อย่างเอาใจ
"เหมือนเดิมล่ะสิ" นิชคุณเอ่ย จุนซูพยักหน้าพร้อมกับแค่นยิ้มออกมาแกนๆ
"เสือไม่มีวันทิ้งลายหรอก"
"แล้วจะทำยังไงล่ะ"
ไร้คำตอบจากคนถูกถาม จุนซูก้มหน้าลงมองสีของค็อกเทลในแก้วตนเองก่อนจะกระดกมันลงคอรวดเดียวหมดแล้วส่งแก้วเปล่าให้นิชคุณที่รอรับอยู่แล้ว
"ตัวต่อไปเอาแรงกว่าเดิมไหม"
"ไม่ ขอจินโทนิคก็พอ"
ค็อกเทลแก้วที่สองผ่านเข้าปากไม่ทันไรก็มีเหตุให้ต้องวางแก้วลงบนเคาน์เตอร์ นัยน์ตาเรียวหรี่มองคนรักอย่างไม่ใคร่พอใจและเหมือนว่าอีกฝ่ายจะรู้ตัว แขนแกร่งกอดรัดเอวบางรั้งร่างแม่ทูนหัวเข้ามาใกล้แล้วหอมแก้มแทนการง้องอน
"หน้าบูดจังครับที่รัก วันนี้ไม่สนุกหรือ" ชานซองถาม นิชคุณที่ยืนอยู่ใกล้ๆกลอกตาขึ้นฟ้ารีบเดินหนีไปทางอื่น เขาไม่อยากฟังคำแก้ตัวแบบแหลๆของไอ้หมอนี่เลยให้ตาย ไม่รู้จุนซูทนได้อย่างไร
"ว่าไงครับคนสวย ทำไมหน้าบูดจังเลยล่ะ" ชายหนุ่มผู้ไม่รู้ชะตากรรมของตนยังถามต่อไป
"ไม่ชอบกลิ่นน้ำหอม" จุนซูเสียงห้วน ชานซองขมวดคิ้ว
"น้ำหอมกลิ่นนี้จุนซูเป็นเลือกให้ฉันเองนี่นา ทำไมจู่ๆถึงบอกว่าไม่ชอบล่ะ"
ร่างบางวาดแขนขึ้นโอบคอคนรักรั้งใบหน้าหล่อเหลาให้โน้มลงมาหาตน กลีบปากอิ่มแตะแผ่วที่ริมฝีปากหยักเชิงหยอกเย้าก่อนจะสอดลิ้นเข้าไปแลกจุมพิตเร่าร้อน เรียวลิ้นเกี่ยวกระหวัดแลกเปลี่ยนความหอมหวานซึ่งกันและกัน สมใจแล้วก็ผละออก
นัยน์ตาสีเปลือกไม้มองต่ำลงไปยังปกเสื้อของคนรักที่มีรอยลิปสติกเปื้อนอยู่แล้วกระตุกยิ้ม ปลายนิ้วชี้แตะริมฝีปากของตนแล้วแตะที่ริมฝีปากของอีกฝ่าย เสียงหวานเอ่ยขึ้นฟังดูเย็นเยียบจนฮวางชานซองหนาวไปทั้งกาย
"ฝากบอกยายเจ้าของลิปสติกด้วยนะว่าฉันไม่ชอบจูบซ้ำรอยใคร"
ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันเมื่อเห็นวัตถุสีเงินขนาดเล็กวางอยู่บนโต๊ะ ต่อให้ไม่ต้องใส่แว่นเขาก็มองออกว่ามันคืออะไร เขาไม่ได้สายตาสั้นถึงขนาดมองอะไรไม่ชัดในระยะประชิด
สองมือกำหมัดแน่น บีบนิ้วเข้าหากันจนรู้สึกได้ถึงผิวเนื้อที่ถูกกดทับด้วยตัวแหวน
แหวนที่มีหน้าตาเหมือนแหวนบนโต๊ะไม่มีผิดเพี้ยน..
คิมจุนซูขับรถเร็วเหมือนพายุ นิชคุณได้แต่มองเพื่อนแล้วสวดมนต์ในใจ เข็มไมล์ขยับเกินร้อยไปแล้วและคาดว่ามันจะเพิ่มขึ้นอีก
การจราจรเคลื่อนตัวไปได้ตามปกติทว่ากลับได้ยินเสียงแตรไม่ขาดสายเพราะจุนซูขับรถปาดซ้ายปาดขวาฝ่าไฟแดงแบบไม่แยแสรถตำรวจและใบสั่งที่จะส่งไปที่บ้าน ในใจของร่างบางร้อนรุ่ม แน่นอกจวนเจียนจะระเบิด
คิดหรือว่าจะหนีฉันได้น่ะฮวางชานซอง!
"ขับรถช้าลงหน่อยดีไหมจุนซู ฉันกลัว" นิชคุณเอ่ยเมื่อชักทนไม่ไหว เขายังไม่อยากตายตอนนี้หรอกนะ ยังไม่ใช้ชีวิตไม่คุ้มเลย
จุนซูปรายตามองแวบหนึ่ง
"เช็คที่อยู่ของชานซองให้ฉันหน่อยสิว่ายังอยู่ที่เดิมไหม" ได้แต่ถอนหายใจกับคำตอบกลับ และแทนที่จะลดความเร็วลงตามที่ขอร่างบางกลับเร่งความเร็วขึ้นอีก นิชคุณทำได้เพียงหยิบโทรศัพท์ของจุนซูมากดเช็คที่อยู่ของชานซองตามที่เพื่อนรักสั่ง
เลกซัสสีบรอนซ์เงินแสนคุ้นตาจอดอยู่ในลานจอดรถวีไอพี จุนซูหลับตานิ่ง พยายามหักห้ามใจไม่ให้ตนขับรถพุ่งชนรถคันนั้นไปเสียก่อน ป่านนี้เจ้าของรถคงกำลังระเริงรื่นกับผู้หญิงไม่เลือกหน้าอยู่สินะ
เปิดประตูลงจากรถโดยไม่รอคนมาด้วย โยนกุญแจให้นิชคุณล็อกรถแทนแล้วก้าวยาวๆเข้าไปในผับ ซีเคียวริตี้การ์ดด้านหน้าโค้งคำนับให้อย่างสุภาพ จุนซูเป็นเพื่อนของเจ้าของร้านจึงมีสิทธิ์เต็มที่ทำได้แม้กระทั่งจอดรถขวางทางจอดรถไม่แคร์ใคร
นิชคุณส่งกุญแจรถให้เด็กรับรถคนหนึ่งเอารถไปจอดก่อนจะรีบวิ่งตามจุนซูเข้าไป
พรมสีแดงปูทางเดินช่างหรูหรา แขกจำนวนมากนั่งสังสรรค์กันอยู่ที่โต๊ะของตนเอง บ้างก็นั่งหน้าเคาน์เตอร์มองสาวๆที่กำลังแดนซ์เมามันอยู่กลางฟลอร์
"ว่าไงจุนซู" อูยองร้องทักเมื่อเห็นเพื่อนรักเดินตรงมาหาตนก่อนจะส่งยิ้มไปให้นิชคุณที่อยู่ด้านหลัง
"ชานซองอยู่ที่นี่หรือเปล่า"
"อยู่สิ" บุ้ยใบ้ไปยังห้องวีไอพีกระจก "จุนโฮก็อยู่ แทคยอนก็อยู่ด้วยนะนิชคุณ" ประโยคหลังหันไปบอกนิชคุณที่หน้าแดงขึ้นกะทันหัน อูยองอมยิ้ม ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าบาร์เทนเดอร์คนสวยประจำผับชื่อดังแอบหลงรักเพื่อนของจุนโฮ
"จุนซู" นิชคุณคว้าแขนไว้ก่อนที่จุนซูจะทันได้เดินไปยังห้องวีไอพี "อย่าเพิ่งเข้าไปเลยนะ รอดูท่าทีก่อน"
"รอดูอะไรอีกล่ะ!" ใบหน้าสวยบูดบึ้ง สะบัดแขนออกจากการเกาะกุม "จะให้ฉันรอดูอะไรอีก รอดูชานซองคั่วผู้หญิงเล่นหนังสดหน้าห้องน้ำแบบวันนั้นที่ผับนายน่ะเหรอ!" น้ำตารื้นขึ้นเอ่อคลอทำเอาอูยองและนิชคุณพูดอะไรไม่ออก
อูยองพาจุนซูมาสงบสติอารมณ์ในออฟฟิศทางด้านหลัง ร่างบางนั่งตัวสั่นเห็นได้ชัดว่ากลั้นน้ำตาไว้แทบไม่อยู่ เสียงสะอื้นเล็ดลอดออกมาเป็นพักๆ มือประสานไว้บนหน้าตักบีบแน่น
นิชคุณตามเข้ามาทีหลังพร้อมแชมเปญในมือ ส่งแก้วหนึ่งให้อูยองอีกแก้วส่งให้จุนซู
"จิบหน่อยเผื่อจะใจเย็นลง"
จุนซูมองน้ำสีอำพันมีฟองในแก้วแล้วเม้มปาก หากเป็นเวลาปกติเขาคงไม่ลังเลที่จะดื่มมัน ทว่าเวลานี้กลับไม่ใช่ เขาไม่สามารถทำอะไรได้เลยในสภาวะจิตกดดันเช่นนี้
"ฉันไม่ดื่ม" ส่งกลับให้คนเอามา นิชคุณถอนหายใจ
"ปล่อยวางเสียบ้างน่ะจุนซู ชานซองมาเที่ยวผับของอูยองนะ มีจุนโฮกับแทคยอนอยู่ด้วยคงไม่กล้าเต๊าะหญิงที่ไหนหรอก"
"ชานซองถอดแหวนทิ้งไว้ที่บ้าน" ร่างบางเอ่ยเสียงสั่น กลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหวได้แต่ปล่อยให้ไหลอาบแก้ม นิชคุณและอูยองตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน
"ชานซองถอดแหวนคู่เหรอ?" ถามย้ำเพื่อความแน่ใจ จุนซูพยักหน้า
"ฉันเห็นแหวนวางอยู่บนโต๊ะเลยเช็คจากโทรศัพท์แล้วไปรับนายออกมาไงล่ะนิชคุณ ยังดีนะที่มาผับของอูยองถ้ามาผับคนอื่นฉันไม่รู้ว่าฉันจะควบคุมตัวเองได้ไหม" เสียงหวานสั่นเครือจนน่าใจหาย ผู้ร่วมรับรู้เหตุการณ์ทั้งสองได้แต่นั่งทำตาปริบๆ สุดแสนกระอักกระอ่วนใจ กลืนไม่เข้าคายไม่ออก
ความเงียบเข้าปกคลุม ไร้บทสนทนาจากคนสามคนที่ทำตัวเหมือนคนไม่รู้จักกันชั่วขณะ จุนซูร้องไห้พลางสะอื้น นิชคุณจิบแชมเปญครั้งแล้วครั้งเล่า อูยองนั่งกอดอกนิ่งเงียบ
หมุนแหวนที่นิ้วนางข้างซ้ายอย่างใจลอย จุนซูไม่รู้เลยว่าเขาควรทำอย่างไรต่อไป เขาอยากถามชานซองนักว่าทำไมถึงทำแบบนี้ ทำไมทำให้เขาเจ็บปวดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำไมต้องรั้งเขาไว้ด้วยคำว่ารักทั้งที่ไม่ซื่อสัตย์ต่อกัน
ผ้าเช็ดหน้าชื้นด้วยน้ำตา ดวงตาเรียวรีที่มักทอประกายมั่นใจอยู่เสมอกลับหมองเศร้า ริมฝีปากแดงเป็นจ้ำๆเพราะถูกฟันขบ จากแชมเปญเปลี่ยนเป็นเหล้าดีกรีสูง จุนซูกระดกเหล้าเข้าปากอย่างไม่เกรงกลัวว่าจะเมา นิชคุณได้แต่จิบพอเป็นพิธีเนื่องจากมั่นใจว่าตนต้องเป็นคนขับรถกลับแทน คงไม่ดีแน่หากเมากันสองคน
แหวนทองคำขาวเนื้อเกลี้ยงถูกถอดออกโยนลงบนพื้นพรม ร่างบางฟุบหน้าลงกับพนักโซฟา น้ำตาไหลออกมาอีกครั้ง อำนาจของแอลกอฮอล์ประกอบกับความเสียใจบั่นทอนสติของจุนซูอย่างรวดเร็ว
"ทำไมถึงทำกับฉันแบบนี้" เสียงหวานขาดหาย ก้อนสะอื้นตีตื้นจนหายใจไม่ออก ขดร่างลงนอนตะแคงกับโซฟา ใช้แขนบังใบหน้าเอาไว้ "ไม่รักกันแล้วใช่ไหม.."
อูยองและนิชคุณมองหน้ากัน พูดอะไรไม่ออกทั้งคู่
"จุนซู" อูยองเรียก จุนซูผินหน้าไปมองคนเรียกแวบหนึ่ง
"อะไรเหรอ"
"นายจะมัวนั่งร้องไห้อยู่อย่างนี้น่ะหรือ นายไม่เหมือนคิมจุนซูที่ฉันรู้จักเลยนะ"
ริมฝีปากแค่นยิ้มยากเย็น คำพูดของเพื่อนรักราวกับลิ่มเหล็กตอกทิ่มลงกลางใจ ใช่..คิมจุนซูไม่เคยยอมใคร ไม่เคยอ่อนแอ ทว่าวันนี้เขากลับหมดแรงเพราะคนที่ชื่อฮวางชานซอง
"แล้วนายจะให้ฉันทำยังไงล่ะ ฉันเบื่อกับการคอยตามชานซองเต็มทีแล้ว ฉันเหนื่อย"
"ฉันว่าฉันมีวิธีนะ" นิชคุณเอ่ย สองหนุ่มหันไปมองคนเจ้าแผนการซึ่งส่งยิ้มเจ้าเล่ห์มาให้ นิชคุณแกว่งแก้วเหล้าในมือจนน้ำสีอำพันแทบกระฉอกออกมาด้านนอก
"วิธีอะไร" อูยองถาม นิชคุณยักคิ้วแผล็บ
"วิธีนี้จะทำให้ชานซองเชื่องยิ่งกว่าหมีได้น้ำผึ้งอีก ไม่เชื่อคอยดู"
แขนแกร่งช้อนร่างบอบบางขึ้นมาไว้ในวงแขน ลมหายใจร้อนผ่าวผสมกลิ่นแอลกอฮอล์ลอยมากระทบจมูก คนตัวโตขมวดคิ้วเมื่อเห็นสภาพคนรัก อูยองโทรมาบอกจุนโฮว่าจุนซูนอนหลับอยู่ที่ออฟฟิศให้เขามารับกลับด้วย ไม่เห็นจุนซูบอกเขาสักคำว่าจะมา
"จุนซูดื่มเหล้าเหรอ" หันไปถามอูยอง คนถูกถามพยักหน้า
"มากพอดูเลยล่ะ ยังดีนะที่เมาแล้วหลับ"
"ไม่เคยเป็นแบบนี้เลยน้า" บ่นพึมพำกับตัวเอง กระชับร่างบางแนบอก รับเสื้อคลุมที่จุนโฮส่งให้มาคลุมตัวจุนซูเอาไว้ พลันสายตาเหลือบไปเห็นแหวนบนโต๊ะ ใบหน้าคมคายกระตุก
สี่คนที่เหลือดูจะรู้สถานการณ์จึงไม่มีใครว่าอะไรเมื่อชานซองเม้มปาก หยิบแหวนใส่กระเป๋ากางเกง หอมขมับจุนซูหนึ่งทีก่อนจะขอตัวพาคนรักกลับบ้าน
รถคู่ใจของฮวางชานซองแล่นไปตามท้องถนนอย่างเชื่องช้า เขาไม่อยากเสี่ยงขับเร็วให้เจอด่านตรวจหรือโดนตำรวจไล่ตามสักเท่าไร ภายในรถอบอุ่นกว่าขามาเพราะอากาศข้างนอกค่อนข้างเย็นแถมยังมีคนตัวเล็กขี้หนาวติดรถกลับมาด้วย
ปลายนิ้วเกลี่ยแก้มนวล สัมผัสได้ถึงไอร้อนจากผิวแก้ม มองนิ้วมือว่างเปล่าของร่างบางแล้วได้แต่เม้มปาก จุนซูไม่เคยทำแบบนี้มาก่อน นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็น
"ทำไมนายถึงถอดแหวนคู่ของเราออกล่ะจุนซู"
ชายหนุ่มได้แต่ตั้งคำถามในใจ โดยลืมไปว่าตนก็ถอดแหวนออกเช่นกัน
เมื่อตื่นขึ้นมาอีกครั้งคิมจุนซูก็พบว่าตนกำลังนอนอยู่บนเตียงในห้องนอน อาการปวดหัวเริ่มเล่นงานจากการเมาค้าง ของเหลวในกระเพาะร่ำร้องหาทางออกมาแถมยังส่งน้ำย่อยมาชิมลางจนขมเปรี้ยวไปทั่วปาก
พยุงกายลุกขึ้นนั่งอย่างทุลักทุเล เสื้อผ้าที่สวมใส่ก็เปลี่ยนไปด้วย เขาอยู่ในชุดนอนผ้านิ่มสีฟ้าอ่อนตัวโปรด ใครเป็นคนเปลี่ยนให้เขา แล้วใครเป็นคนพาเขากลับบ้านกันนะ
ตะเกียกตะกายเข้าไปในห้องน้ำอาเจียนจนตัวโก่ง ของเหลวสีขุ่นเหนียวหนืดทั้งขมทั้งเปรี้ยวรสชาติห่วยแตกเกินบรรยาย เมื่อคืนเขาไม่มีอะไรตกถึงท้องนอกจากเหล้า ช่างเป็นการอาเจียนที่แสนทรมานเสียนี่กระไร
ฟุบหน้าลงกับอ่างล้างหน้าก่อนจะเปิดก๊อกน้ำวักน้ำมาล้างหน้าแปรงฟัน อาบน้ำถูสบู่พอเป็นพิธีแล้วคว้าชุดคลุมอาบน้ำมาสวมใส่เดินออกจากห้องน้ำไป
เสียงกุกกักดังมาจากห้องครัว คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน นาฬิกาที่ผนังบอกเวลาเจ็ดนาฬิกา ชานซองทำอะไรในครัวแต่เช้ากันนะ
กลิ่นไข่คนและเบคอนทอดโชยมาตามด้วยกลิ่นเมล็ดกาแฟคั่วบด ร่างสูงฮัมเพลงไปทำอาหารไปอยู่หน้าเตา บนเคาน์เตอร์ใกล้กันนั้นเครื่องต้มกาแฟกำลังทำงาน
อาหารเช้าหน้าตาน่าทานสองจานเสร็จเรียบร้อย ร่างสูงถอดผ้ากันเปื้อนพาดไว้ขอบเก้าอี้ก่อนจะยิ้มกว้างเมื่อเห็นร่างบางในชุดเสื้อคลุมสีขาวยืนทำหน้าง่วงอยู่หน้าประตูครัว
"ทานอาหารเช้าสิจุนซู"
"ฉันไม่หิว" ปฏิเสธคำชวนผิดปกติวิสัยเช่นทุกครา เดินผ่านคนรักที่ทำหน้าเหวอไปรินกาแฟใส่แก้วแล้วดื่มโดยไม่ใส่น้ำตาลหรือนมแม้แต่นิดเดียว กาแฟดำขมแสนขมกลับขมได้ไม่ถึงครึ่งของหัวใจ
มือหนาแตะลงบนสะโพก รู้สึกได้ถึงร่างใหญ่โตของใครอีกคนขยับมายืนซ้อนหลัง
"คนสวยของผมเป็นอะไรครับ" เอ่ยถามเสียงนุ่ม หากเดาไม่ผิดคนตัวเล็กกว่าคงโกรธเรื่องที่เขาหนีไปเที่ยวไม่บอกกล่าวกันเป็นแน่
"ไม่ได้เป็นอะไรทั้งนั้นล่ะ" ตอบกลับเสียงเรียบ วางแก้วกาแฟที่ยังดื่มไม่หมดลงบนเคาน์เตอร์ "ฉันแค่รู้สึกเบื่อนิดหน่อย"
"เบื่ออะไรครับ" ขโมยหอมแก้มนวลฟอดใหญ่ กลิ่นครีมอาบน้ำแสนคุ้นเคยผสมกลิ่นกายช่างเย้ายวนใจ "ใครทำให้คนสวยเบื่อได้ลงคอ หืม?"
"นายไง" นัยน์ตาสีดำเย็นเยียบ จ้องมองอีกฝ่ายราวกับเป็นตัวประหลาด "ฉันเบื่อพฤติกรรมแย่ๆของนายเต็มทีแล้วฮวางชานซอง"
ร่างสูงนิ่งเงียบเหมือนถูกสะกด ใช้เวลาอยู่นานกว่าจะตั้งสติได้
"จุนซูพูดเรื่องอะไร"
"ฉันยอมนายมามากพอแล้วและฉันจะไม่ยอมนายอีก นายเที่ยวได้ฉันก็เที่ยวได้ ฉันมีคนอื่นฉันก็มีคนอื่นได้" ชูมือข้างซ้ายขึ้นให้เห็นรอยแหวนบนนิ้วที่ไร้แหวน
"นายถอดแหวนคู่ของเราได้ ฉันเองก็ถอดได้เหมือนกัน"
พูดจบก็เดินออกจากห้องครัวอย่างรวดเร็ว ชานซองรีบเดินไปดักหน้า กระชากแขนจุนซูที่ทำท่าจะเบี่ยงตัวหนีให้หันมาประจันหน้า ชายหนุ่มไม่อยากเชื่อเลยว่าเขาจะได้ยินคำนี้จากคนที่ยอมเขาทุกอย่างอย่างจุนซู
"จุนซู จุนซูพูดอะไรออกมารู้ตัวไหม"
"รู้สิ" คาดว่าจะได้เห็นน้ำใสเอ่อคลอบนดวงตาคู่สวย ทว่ากลับผิดคาดเมื่อดวงตาคู่นั้นมีเพียงความว่างเปล่าและเฉยชา "ฉันรู้ตัวตลอดล่ะว่าตัวเองทำอะไรลงไป ปล่อยฉัน"
"ฉันไม่ปล่อย"
"ฉันบอกให้ปล่อย!" สะบัดแขนเต็มแรงจนหลุดแล้ววิ่งหายเข้าไปในห้องนอน ร่างสูงวิ่งตามไปติดๆแต่ก็ไปไม่ทัน คนตัวเล็กอาศัยความไวกว่าปิดประตูล็อกกลอนห้องนอนเรียบร้อยทิ้งให้อีกคนยืนทุบประตูอยู่ด้านนอก
"เปิดประตูเดี๋ยวนี้นะจุนซู ฉันบอกให้เปิด"
"ถ้านายไม่เปิดฉันจะพังประตูแล้วนะ"
"จุนซู ฉันพังประตูจริงๆนะ"
"จุนซู จุนซู เปิดสิจุนซู โธ่เว้ย!" กำปั้นทุบประตูดังโครม! ร่างสูงหันหลังพิงประตูก่อนจะค่อยๆทรุดลงนั่งกับพื้น ภายในห้องเงียบสนิท ทั้งที่คาดว่าจะได้ยินเสียงร้องไห้กลับไม่ได้ยิน ทั้งที่คาดว่าจะได้ยินเสียงทำลายข้าวของกลับไม่ได้ยินอีกเช่นกัน
จุนซูเปลี่ยนไป จากคิมจุนซูขี้หึงกลายเป็นคิมจุนซูแสนเย็นชาภายในชั่วข้ามคืน..
แหวนคู่กลับมาอยู่บนนิ้วของชานซองอีกครั้ง เมื่อคืนเขาจะออกไปดื่มเหล้าเลยถอดแหวนทิ้งเอาไว้ ดูท่าจุนซูคงจะโกรธหนักมากเลยถอดแหวนของตนออกบ้าง
ความหวาดกลัวเข้ากัดกินจิตใจ หากคราวนี้จุนซูโกรธหนักมากจนไม่ให้อภัยเขาล่ะ ร่างบางไม่เคยพูดแบบนี้กับเขามาก่อนเลยตั้งแต่คบกันมา จุนซูเป็นคนหนักแน่น เข้มแข็ง เก็บความรู้สึกเก่ง ไม่เคยเลยสักครั้งที่จะพูดรุนแรงกับเขา
หรือว่าเขาจะทำเกินไป หลงระเริงกับความเพลย์บอยของตนเองจนลืมนึกถึงความรู้สึกของจุนซู
เสียงกริ่งหน้าประตูดังขึ้น ชานซองขมวดคิ้วก่อนจะเดินไปเปิดประตูอย่างเสียมิได้เมื่อเสียงกดออดดังรัวถี่ยิบไม่หยุด นึกอยากตั๊นหน้าคนกดออดจับใจ ใครกันบังอาจเสียมารยาทมารบกวนแต่เช้าตรู่
"มาทำไมแต่เช้าวะ" เอ่ยถามเมื่อเห็นว่าผู้มาเยือนคือใคร แทคยอนยืนยิ้มแฉ่งอยู่หน้าประตู ในมือมีช่อดอกไม้แสนสวย เอาให้ใครกันล่ะนี่ แน่นอนว่าไอ้เพื่อนตัวแสบคงไม่คิดสั้นเอาดอกไม้มาให้เขา
"มาหาจุนซู" แทคยอนตอบ ชานซองขมวดคิ้วหนักกว่าเดิม
"มีธุระอะไรกับจุนซู"
"ฉันมารับจุนซูไปเดท"
ตั้งแต่รู้จักกันมา ไม่มีครั้งไหนที่ฮวางชานซองอยากต่อยหน้าอ๊คแทคยอนมากเท่าครั้งนี้..
ทูบีคอนติ๊นิว